Latest Article :
Recent Article
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความงาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความงาม แสดงบทความทั้งหมด

การเลือกน้ำหอมเพิ่มเสน่ห์



นอกจากรูปร่างหน้าตา ผิวพรรณ การดูแลความสวยความงาม อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญเพราะถือว่าเป็นบุคลิกภาพภายนอกที่น่าชวน มอง เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่ช่วยเสริมความมั่นใจคงหนีไม่พ้นเรื่องของ กลิ่นหอมหอม ชวนสัมผัสกับการเลือกน้ำหอมให้เหมาะกับแต่ละคน ยิ่งในปัจจุบันน้ำหอมมีหลากหลายกลิ่นไม่ว่าจะเป็นกลิ่นของผู้หญิง ผู้ชาย หรือการเลือกใช้ในช่วงเวลากลางวัน หรือกลางคืน ควรเลือกให้มีความเหมาะสมเพื่อความหอมเหมาะกับบุคลิกและกาลเทศะมากที่สุดนะ คะ
สภาพผิวของแต่ละคนมีความแตกต่างกันไป การเลือกน้ำหอมแต่ละกลิ่นให้เหมาะกับสภาพผิวจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งนะ คะ เพราะบางกลิ่นที่มีความหอม แต่อาจจะไม่เหมาะกับสภาพผิวของเราก็เป็นได้ การเลือกกลิ่นน้ำหอมให้เหมาะกับสภาพผิวจึงต้องทำตามขั้นตอนดังนี้เพื่อให้ ได้น้ำหอมที่ถูกใจทั้งกลิ่น และเหมาะกับสภาพผิวของเราด้วยค่ะ ควรลองสเปรย์บริเวณข้อมือทิ้งไว้ราว 10-30 นาที เพื่อให้น้ำหอมเกิดการผสมกับกลิ่นกาย ซึ่งจะทำให้ได้เป็นความหอมที่แท้จริง และทำให้เราทราบว่าน้ำหอมกลิ่นนี้เหมาะกับตัวเราหรือไม่ค่ะ ซึ่งการฉีดน้ำหอมไม่ควรทดลองหลายกลิ่นพร้อมกัน อย่างมากสัก 3 กลิ่นก็เพียงพอค่ะ ไม่งั้นจะเกิดความสับสน และไม่ได้กลิ่นของน้ำหอมที่เราต้องการได้อย่างแท้จริง หรือถ้าบางคนมีปัญหาเรื่องกลิ่นกาย การเลือกฉีดน้ำหอมบริเวณเส้นผม หรือบริเวณเสื้อผ้า จะช่วยทำให้ได้กลิ่นของน้ำหอมได้อย่างดีมากกว่าจะฉีดโดยตรงที่บริเวณร่างกาย ค่ะ ส่วนคนที่ไม่มีปัญาเรื่องกลิ่นกาย ควรฉีดน้ำหอมบริเวณขมับทั้ง 2 ข้าง บริเวณร่องอก ข้อพับแขน ข้อมือ ข้อพับขา ด้านหน้าของตาตุ่ม และกระดูกหน้าขา เป็นจุดสัมผัสที่สร้างความหอมได้อย่างมั่นใจตลอดทั้งวันเลยค่ะ
หลายคนอาจเกิดคำถามว่าน้ำหอมที่เราใช้อยู่นั้นมีวันหมดอายุหรือไม่ คำตอบก็คือ น้ำหอมมีวันหมดอายุค่ะ ซึ่งอายุการใช้งานของน้ำหอมนั้นมีอายุประมาณ 3 ปี หลังจากที่เริ่มใช้งาน ข้อสำคัญคือควรเก็บไว้ให้ห่างจากแสงแดด เพื่อเพิ่มอายุการใช้งานของน้ำหอม และรักษากลิ่นไว้ได้อย่างยาวนานค่ะ
{[['']]}

รองพื้นผสมออยล์ในการแต่งหน้าของผิวแห้ง




รองพื้นที่ใช้เพื่อปรับสภาพผิวก่อนการแต่งหน้านั้น แบ่งได้เป็นหลายประเภท ทั้งแบบเนื้อครีม เนื้อมูส หรือสูตรเนื้อเหลวที่เรียกว่าสูตรน้ำ ซึ่งทาง่าย เกลี่ยง่าย ไม่จับเป็นก้อน แถมปัจจุบันนี้ยังมีรองพื้นเนื้อเหลวที่คิดค้นมาให้เติมน้ำให้กับผิวได้ นับเป็นการบำรุงผิวไปในตัว เหมาะมาก ๆ กับสาวที่ผิวแห้ง เพราะทำให้ผิวหน้าดูอิ่มน้ำ เปล่งปลั่งเป็นธรรมชาติ

          แต่สำหรับสาวที่ผิวแห้งมาก ๆ รองพื้นสูตรเติมน้ำให้ผิวแบบธรรมดาคงยังไม่เพียงพอ ลองปรับสูตรรองพื้นแบบง่าย ๆ โดยการผสมออยล์ลงไป 1 ส่วนต่อปริมาณของรองพื้น 3 ส่วน ผสมให้เข้ากันในมือก่อนจะแต้มลงบนใบหน้าและเกลี่ยให้เรียบเนียน ทิ้งช่วงให้รองพื้นกลืนกับผิวหน้าสักนิด แล้วใช้แปรงแตะแป้งฝุ่นปัดให้ทั่วใบหน้า เพียงเท่านี้การเตรียมผิวเพื่อรอการแต่งหน้าในขั้นตอนต่อไปก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย 

          ด้วยวิธีนี้ก็สามารถเติมความชุ่มชื้นให้ผิวที่แห้งมากเป็นพิเศษได้ ช่วยเคลือบผิวที่แห้งกร้านให้ดูเปล่งปลั่งขึ้น ทั้งยังให้ประสิทธิภาพของการปกปิดที่ดีได้เช่นเดิมด้วยค่ะ
{[['']]}

3 ขั้นตอน วิธีแก้รักแร้ดำ ให้ขาวขึ้น ใน 1 เดือน



คราวที่แล้วเราได้เขียนบทความเกี่ยวกับ วิธีแก้รักแร้ดำ พร้อมเคล็ดลับที่ช่วยให้รักแร้ขาว มีผู้อ่านหลายท่านส่งข้อความ มาทางแฟนเพจเฟสบุ๊คอยากให้เขียนแนะนำขั้นตอนการทำให้รักแร้ขาว เนียน ไวๆภายใน 1 เดือน ทีมงานเลยช่วยหาข้อมูล รวมทั้งผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องในการช่วยให้รักแร้ขาว เนียน โดยไม่เป็นอันตราย ต่อคุณผู้อ่าน
วันนี้จึงขอเอาใจผู้อ่าน ด้วยการนำเสนอวิธีแก้รักแร้ดำ ภายใน 1 เดือน ด้วย 3 ขั้นตอน ดังนี้คะ
ขั้นตอนแรก วิธีแก้รักแร้ดำ สิ่งแรกเลยคือ ถ้าคุณมีขนรักแร้ ไม่ว่าจะเป็นขนอ่อน ขนแข็ง ขนคุต ขั้นตอนแรก คือทำการแว๊กขนรักแร้ออกก่อน และควรทำสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง ถ้าขนรักแร้คุณขึ้นไว ก็แว๊กให้บ่อยขึ้น ตามความสะดวกนะคะ เพราะขนรักแร้ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รักแร้ดำ และมีกลิ่น แต่ถ้าไม่มีขนรักแร้ หรือคุณแว๊กอยู่แล้วก็ข้ามไปขั้นตอนที่ 2 ได้เลย
ขั้นตอนที่สอง หลังจากแว๊กกำจัดขนรักแร้ เรียบร้อยแล้ว ให้ตามด้วยการขัดผิวใต้วงแขน เหมือนการขัดหน้า ขัดตัวนั่นแหละคะ แต่วันนี้คุณต้องขัดรักแร้ ด้วยครีมขัดตัวที่มีอยู่แล้ว หรือถ้าไม่มี แนะนำให้ซื้อครีมขัดที่เป็นธรรมชาติ ไม่แนะนำให้ใช้ครีมขัดตัวที่ผสมเม็ดบีด เพราะจะทำให้รักแร้ระคายเคือง และทำให้รักแร้ดำได้ ส่วนการขัดรักแร้ ควรขัดเป็นประจำ สม่ำเสมอ ถ้ารักแร้ดำมาก ให้ขัดสัปดาห์ละ 1- 2 ครั้ง ถ้าไม่มากควรขัดอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
ขั้นตอนสุดท้าย หลังจากแว๊กกำจัดขนแล้ว ขัดใต้วงแขนแล้ว ให้ตามด้วยการทาครีมแก้รักแร้ดำ ที่คุณมี หรือถ้ายังไม่มี ขออนุญาติแนะนำสักนิดนะคะ จากการพิจารณาสินค้าตัวนี้ โดยดูจากข้อมูลผลิตภัณฑ์ ส่วนผสม และสรรพคุณแล้วน่าสนใจมาก เพราะทำจากธรรมชาติ มีอย. รับรองแล้ว และเจ้าของสินค้าบอกว่าสามารถเห็นผลไว ภายใน 14 วัน หรือ 2 สัปดาห์ ไม่ถึงเดือนเลยเห็นมะ และหลังจากรักแร้คุณขาวขึ้นแล้วก็ควรใช้ครีมแก้รักแร้ดำต่อเนื่องสม่ำเสมอนะคะ รักแร้คุณจะได้ขาว เนียน และไม่กลับมาดำอีก
แค่ 3 ขั้นตอน สำหรับวิธีแก้รักแร้ดำ นี้ เรารับรองว่ารักแร้ที่ดำจะขาวขึ้น เนียนขึ้น แน่นอน รวมทั้งหนังไก่บริเวณรักแร้ของคุณจะหายไปด้วย ทำให้คุณมั่นใจได้ตลอดเวลา และพร้อมโชว์ใต้วงแขนขาวๆ เนียนๆ ได้อย่างมั่นใจ
ส่งท้ายนิดนึงนะคะ หลีกเลี่ยงการใช้ลูกกลิ้ง หรือโรลออนระงับกลิ่นกายต่างๆที่มีส่วนผสมของสารเคมี ซึ่งจะทำให้รักแร้คุณดำได้อีก และถ้าคุณไม่มั่นใจกลิ่นใต้วงขน เราแนะนำให้ใช้สารส้ม เพราะนอกจากจะระงับกลิ่นใต้วงแขนแล้วยังไม่ทำให้รักแร้ดำอีกด้วย ไม่เช่นนั้น วิธีแก้รักแร้ดำ ไม่ว่าวิธีไหน ก็ช่วยคุณได้ยาก
{[['']]}

ยิ่งเช็ดหน้ายิ่งใส แค่ใส่ใจเลือกคลีนเซอร์




สำหรับสาวๆ ที่รักการแต่งหน้า  ยิ่งต้องแต่งหน้าทุกวันด้วยแล้ว  สิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้คือเรื่องของการทำความสะอาดผิวหน้า  เพราะถ้าเลือกผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางผิดแล้วละก็อาจเป็นการทำร้ายผิวโดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดปัญหาผิวในระยะยาว  ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการระคายเคืองเป็นผื่นแดง ความแห้งกร้าน  เป็นขุย หน้าเหี่ยวก่อนเวลาอันควร และอีกสารพัดปัญหาที่ตามมา
ความเชื่อที่ผิด
แต่งหน้าแล้วล้างหน้าด้วยอะไรก็ได้  หยุดความคิดนี้เลย  เพราะในแต่ละขั้นตอนแต่งหน้าของเรา ไม่ว่าจะเป็นรองพื้น , คอนซีลเลอร์ , แป้งผสมรองพื้นหรือว่ากันแดด ล้วนมีสารที่ทำให้ติดทนกับผิวแทบทั้งสิ้น  การล้างหน้าด้วยโฟมอย่างเดียวจึงไม่พอที่จะทำให้ใบหน้าเราสะอาดหมดจดได้  จำไว้ว่า ถ้าแต่งหน้าเมื่อไร เราควรเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับเช็ดเครื่องสำอางโดยเฉพาะเท่านั้น แม้วันนั้นจะทาแค่เพียงกันแดดก็ตาม ไม่ให้มีสิ่งตกค้างในผิว และเป็นปัญหากับเราได้ในอนาคต
ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าหลายๆ ครั้ง เดี๋ยวก็สะอาด  สาวๆ คะ รู้มั้ยว่าการทำแบบนี้เป็นการรบกวนผิวหน้า และทำให้เกิดการระคายเคือง เพราะเป็นการล้างความชุ่มชื้นออกจากผิวมากเกินไป นำมาซึ่งปัญหาผิวแห้ง และหน้าเหี่ยวในอนาคต แถมยังไม่สะอาดอีกด้วยค่ะ  ใครทำอยู่ เลิกเสียก่อนที่ผิวจะแย่ไปมากกว่านี้นะคะ
 
เลือกคลีนเซอร์อย่างไรให้ผิวหน้าเริ่ด
1. เลือกผลิตภัณฑ์ที่ทำความสะอาดได้หมดจด  เดี๋ยวนี้มีนวัตกรรมในการจัดการกับเครื่องสำอางบนผิวหน้าอย่างมือโปรอย่างเทคโนโลยี “ไมเซล่า ออกซิเจน บูสท์”  ที่ทำงานเหมือนแม่เหล็กที่จะดึงน้ำมันและเครื่องสำอางล็อกไว้ภายใน  และทิ้งความชุ่มชื้นไว้บนผิว ไม่ทำลายเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ เป็นเหมือนการปรับสภาพผิวให้สมดุล จึงไม่จำเป็นต้องใช้โทนเนอร์หรือล้างน้ำเปล่าหลังการใช้
2. ต้องอ่อนโยนกับผิว  ข้อนี้สำคัญมาก  เพราะเราแต่งหน้าทุกวัน สิ่งนี้จึงเป็นอะไรที่เราต้องใช้กันทุกวัน  เราควรต้องใส่ใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนกับผิว  จะเริ่ดมากถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสูตรน้ำที่ไม่มีสารที่ก่อนให้เกิดการระคายเคืองอย่างแอลล์กอฮอล์  ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ดึงน้ำมันและความชุ่มชื่นออกจากผิว เวลาเช็ดแล้วอาจจะรู้สึกผิวหน้าสะอาดดี  แต่หลังความนั้นอาจทำให้ผิวแห้ง และสร้างความระคายเคืองให้กับผิวตามมา
3. บำรุงไปด้วยในตัว  ก็อย่างที่ว่ามาว่าเราต้องเช็ดเครื่องสำอางกันทุกวัน ถ้าได้ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางส่วนประกอบของสารบำรุงผิว หรือสารแอนตี้ออกซิแดนท์อย่างเช่น สารสกัดจากเมล็ดองุ่น วิตามินอี และถ้ายิ่งช่วยเติมออกซิเจนให้ผิวด้วยแล้วละก็ชนะเลิศ  เพราะจะทำให้นุ่มชุ่มชื่นขึ้น  เรียกว่ายิ่งเช็ดหน้ายิ่งใสกันเลยทีเดียว ขึ้นชื่อว่าแต่งหน้า จะแต่งมากแต่งน้อย สีอ่อนหรือทาแค่กันแดด ก็ถือว่าเป็นการแต่งหน้าอยู่ดี ทางที่ดีถ้าอยากมีผิวสวยอยู่คู่กับเราไปอีกนานๆ ต้องใส่ใจเลือกผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางกันให้มากหน่อย เพราะการทำความสะอาดผิวหน้าเป็นเรื่องสำคัญ ผิวของคุณจะดีในระยะยาวหรือไม่อยู่ที่การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้วนๆ ดังนั้นคงต้องพิถีพิถันและใส่ใจกันให้มากหน่อยนะคะสาวๆ
{[['']]}

Translate

 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. tonfolk-trick - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger