Latest Article :
Recent Article
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Cooking แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Cooking แสดงบทความทั้งหมด

แกงฮังเล




- เนื้อขาหมู 1 กิโลกรัม
- น้ำพริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต้ะ
- ผงฮังเล 1 ช้อนชา
- เกลือ 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- ขิงซอย 3 ช้อนโต้ะ
- หัวหอมซอย 3 ช้อนโต้ะ
- กระเทียมบด 2 ช้อน
- น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะขามเปียก 1 ถ้วย
- น้ำซุป 4 ถ้วย
- กระท้อนเปรี้ยวสับ 1 ถ้วย

วิธีทำ

1. หมักขาหมูด้วย พริกแกงเผ็ด ผงฮังเล ซีอิ้วดำ ซีอิ้วขาว น้ำปลา และเกลือ หมักสัก 1 ชั่วโมง
2. ตั้งหม้อนำน้ำซุปลงไปต้ม ใส่กะท้อนสับลงไป ตามด้วย น้ำตาล หัวหอม ขิง และกระเทียม จากนั้นนำขาหมูลงไปต้ม
3. เคี่ยวจนเนื้อนิ่มเปื่อย เสริฟใส่ชาม
{[['']]}

ไข่สะใภ้ทรงเครื่อง




ส่วนผสม
ไข่ไก่4 ฟอง
น้ำมันพืชสำหรับทอด1 ถ้วย
หอมแดงซอย5 หัว
กระเทียมซอย2 หัว
พริกขี้หนูแห้งทอด4-5 เม้ด
พริกไทยเม็ด9 เม็ด
รากผักชี2 ราก
กระเทียม3 กลีบ
หมูสับปนมันเล็กน้อย1/2 ถ้วย
ซีอิ๊วขาว1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืชสำหรับผัด3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะขามเปียก2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืชสำหรับทอด1 ถ้วย
ใบผักชีสำหรับตกแต่ง


วิธีทำ
1. ใส่น้ำมันในกระทะตั้งไฟกลาง จากนั้นใส่หอมแดง กระเทียมลงเจียวจนเหลืองทีละอย่าง ตักขึ้น จากนั้นใส่พริกขี้หนูแห้งลงทอดจนเม็ดพริกพอง ตักขึ้น

2. โขลกพริกไทยกับรากผักชีและกระเทียมเข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่ เคล้ากับเนื้อหมูในอ่างผสมใบเล็ก เติมซีอิ๊วขาว น้ำตาล ผสมให้เข้ากัน หมักนาน 10 นาที

3. ใส่น้ำมันในกระทะตั้งไฟกลางพอร้อน ใส่เนื้อหมูสับที่หมักไว้ลงผัดจนนุ่ม ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก ผัดแล้วเคี่ยวจนน้ำใส ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย พักไว้

4. ใส่น้ำมันในกระทะตั้งไฟกลางพอร้อน ใส่ไข่ลงทอดเป็นไข่ดาวทีละฟอง ทอดจนหมด ตักใส่จาน ราดด้วยเครื่องที่ผัด โรยหอมเจียว กระเทียมเจียว พริกขี้หนูแห้งทอด ตกแต่งด้วยใบผักชี เสิร์ฟ


ที่มา.. โหระพาดอทคอม
{[['']]}

เคล็ดลับทำไข่เจียวธรรมดาให้ฟู กรอบนอกนุ่มใน




เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย


วิธีการบีบมะนาว จะได้ไข่ที่ฟูในขณะเจียวไข่แต่ก็จะแฟบลงหลังจากตักขึ้นมา

วิธีการใส่แป้ง หรือผงฟู จะได้ไข่ที่ฟูแล้วไม่แฟบตั้งอยู่ได้จริง แต่เนื้อไข่เจียวและด้าน

วิธีการใส่น้ำมันเยอะ ๆ หรือวิธีการโรยไข่จากที่สูงแล้วตีในกระทะ จะได้ไข่ฟูเป็นสาย ๆ แต่ค่อนข้างอมน้ำมัน เวลากินจะไม่ค่อยได้เนื้อไข่เท่าไหร่ เพราะไข่ฟูอมน้ำมัน

วิธีการแยกไข่แดง-ไข่ขาว แล้วตีให้ตั้งยอด จะได้ไข่เจียวที่ฟูจริง แต่เสียเวลาทำมาก และมีข้อด้อยคือ กำหนดรูปร่างไข่ได้ลำบากด้วย
วิธีแรกตีไข่ให้ฟูก่อน
แล้วตักน้ำมันอุ่น ๆ ในกะทะใส่ลงในชามไข่
(ไข่ 3 ฟอง/น้ำมัน 1 ตะหลิว)
ตีต่อไปให้เข้ากัน
รอจนน้ำมันในกะทะร้อนได้ที่
ก็นำไข่ที่ตีไว้ลงทอด
ไข่ที่ได้จะนุ่มอร่อยไม่แข็งกระด้าง
และหอมฟูน่ารับประทาน

วิธีที่สอง คล้าย ๆ กัน แตกต่างตรงปริมาณน้ำมันพืช

นำน้ำมันพืชในกระทะซัก 2 ช้อนโต๊ะ
มาใส่ในไข่แล้วตีให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวกัน
รอให้กระทะร้อนจึงเอาไข่ที่ตีเทลงไป
เพียงเท่านี้ก็จะได้ไข่เจียวที่ฟู๊ฟู
แถมยังมีรสชาติที่หอมอร่อย
ถูกใจทุกคนในบ้านอย่างแน่นอน

วิธีที่สาม ส่วนวิธีนี้ เหมาะทำรับประทานหลาย ๆ คน

เริ่มแรก ต้องเตรียมไข่ไก่สด 4-5 ฟอง ขึ้นไป
ปรุงรสตามใจชอบ
จากนั้นก็ตีให้เข้ากันจนฟู
ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน ต้องใช้นำมันเยอะหน่อย
กรอกน้ำมัน บนผิวกระทะเล็กน้อย รอจนน้ำมันร้อนจัด
แล้วจึงเทไข่ทั้งหมดลงในกระทะ ด้วยปริมาณไข่ที่มาก
จะสังเกตได้ว่า
ไข่บริเวณขอบ และไข่ที่อยู่ด้านล่าง จะสุกก่อน
ส่วนไข่ด้านบน จะยังเป็นน้ำไข่ดิบอยู่
รอสักครู่จนไข่ด้านล่าง เริ่มสุกพอประมาณ
เอาตะหลิวเจาะตรงกลางไข่ให้เป็นรอยบาก
จากนั้นแซะไข่จากด้านล่างยกขึ้น
ให้น้ำไข่ดิบ ไหลจากช่องตรงกลาง ลงมาสัมผัสผิวกระทะ
อาจแยกแซะฝั่งซ้าย 1 ครั้ง ฝั่งขวา 1 ครั้ง

รอครู่หนึ่งจนน้ำไข่ที่ไหลลงไปเริ่มสุก
ถ้ายังมีน้ำไข่ค้างอยู่อีกให้ทำอีก
แต่ถ้าไม่มีแล้วก็ให้กลับไข่
(อันนี้ต้องใช้ฝีมือนิดนึง
ถ้าอยากให้ไข่เจียวดูเป็นแผ่นกลม
แต่ถ้ายากเกินความสามารถ
ก็แบ่งไข่กลับด้านทีละครั้งก็ได้)

ถ้าเริ่มมีควันขึ้น กระทะอาจร้อนจัดเกินไป
ให้ลดไฟลงเล็กน้อย จะสังเกตได้ว่าไข่จะดูฟูขึ้น ๆ
พอสุกสีสวย
ก็ตักขึ้นใส่จานเสริฟได้เลยะ



วิธีที่สี่

ถ้าอยากให้ไข่ฟูน่าหม่ำ
ก็ต้องหามะนาวบีบใส่ลงไปนิดนึงตอนที่ตีไข่
เท่านี้ไข่ก็จะฟูน่าหม่ำแล้ว
แต่อย่าลืม ตอนทอดต้องให้น้ำมันร้อนจัดด้วย
อย่าลืม ระวังไข่ไหม้ด้วย



วิธีที่ห้า

ให้ใส่นมสดลงไปเล็กน้อย (ไม่ต้องเยอะ)
แล้วตีให้ขึ้นฟู
เวลาทอดไข่ก็จะนุ่มน่าหม่ำ


วิธีที่หก

ใส่แป้งหรือผงฟูเป็นตัวช่วย
จะช่วยให้ไข่ฟูได้
แต่เนื้อไข่เจียวจะด้าน ๆ ไปสักนิด
วิธีที่เจ็ด
ใช้น้ำมันมาก ๆ
แล้วโรยไข่จากที่สูง
คน ๆ ตี ๆ ในกระทะ
แต่จะค่อนข้างอมน้ำมัน
วิธีที่แปด
แยกไข่แดง ไข่ขาวตีให้ตั้งยอด
แล้วค่อยทอด



วิธีที่เก้า

เป็นวิธีแปลกที่สุด
เป็นการใช้ "หม้อ" ในการเจียวไข่
ซึ่งไม่ต้องกลัวรูปร่างไข่จะไม่สวย
และยังสามารถทำให้มันฟูและหนาได้ตามความต้องการ
โดยไม่ใช่ตัวช่วย หรือสารประกอบใด ๆ ทั้งสิ้น
{[['']]}

ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นมะระ




ส่วนผสม (น้ำซุปก๋วยเตี๋ยว)
น่องไก่3 ชิ้น
น้ำต้มกระดูกไก่5 ถ้วยตวง
ซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้5 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรมตราแม็กกี้5 ช้อนโต๊ะ
มะระแกะเมล็ดออกหั่นชิ้นขนาด 2 x2 นิ้ว6 ชิ้น
อบเชยแท่งยาว 3 นิ้ว1 แท่ง
โป๊ยกั๊ก3 ดอก
รากผักชี ทุบพอแตก1 ราก
เม็ดพริกไทยบุบพอแตก5 เม็ด
เม็ดเก๋ากี้1 ช้อนชา


วิธีทำ
1. นำมะระใส่หม้อตามด้วยน้ำเปล่าและเกลือป่นเล็กน้อย ต้มพอสุกนิ่มแล้วรินน้ำออกพักไว้


2. ใส่น้ำต้มกระดูกไก่ลงหม้อ ตามด้วย รากผักชี อบเชย โป๊ยกั๊ก เม็ดพริกไทย พอเริ่มเดือดเล็กน้อย
3. ปรุงรสด้วยซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้ ซอสหอยนางรมตราแม็กกี้ คนพอเข้ากันแล้วใส่น่องไก่ มะระ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนประมาณ 45 นาที คอยตักฟองออก พอเนื้อไก่เริ่มเปื่อยนุ่ม ให้ใส่เม็ดเก๋ากี้ลงไปในขั้นตอนสุดท้าย พร้อมจัดรับประทานกับก๋วยเตี๋ยวเส้นต่างๆตามชอบ
4. การจัดรับประทาน ให้ลวกผักบุ้ง ถั่วงอกและ เส้นก๋วยเตี๋ยวหรือบะหมี่ลวกสุกเคล้าด้วยกระเทียมเจียว แล้วตักน่องไก่ตุ๋น และเนื้อมะระลงในชามก๋วยเตี๋ยวพร้อมกับน้ำซุปพอประมาณ โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว ปรุงรสตามชอบด้วยพริกน้ำส้ม และพริกป่น
เคล็ดลับ
ควรเลือกมะระผลใหญ่แก่พอเหมาะ ผิวใส ตึง นำมาผ่าเอาเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้นตามขนาดที่ต้องการ แล้วให้ล้างและแช่ด้วยเกลือป่น ประมาณ 10 นาที ก่อนนำไปทำอาหาร เพราะเกลือจะช่วยดูดซับความขมออกมา และ เมื่อนำไปทำน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ให้ลวกมะระในน้ำเดือด 1 ครั้งก่อนที่จะใส่ลงในน้ำต้มกระดูก เพื่อให้มั่นใจว่ามะระมีรสชาติที่ดี และทำให้น้ำซุปกลมกล่อม
{[['']]}

ผสมแป้งทอดกรอบกันเองดีกว่า...ง่ายกว่าที่คิด


วันนี้มีส่วนผสมแป้งทอดกรอบมาบอกครับ....สืบเนื่องจากมะละกอทอดกร๊อบ..กรอบ

แป้งสาลีเอนกประสงค์  2 ถ้วย
แป้งมัน  1 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า  1 ถ้วย



เกลือ 1 ช้อนชา
ผงฟู 2 ช้อนโต๊ะ
โซเดียมคาบอเนต 1/2 ช้อนชา



เก็บใส่โหลไว้ใช้ได้ทุกเวลา

แต่ มีเคล็ดลับเพิ่มเติมให้ครับ เวลา จะทำก็ใช้น้ำเย็นจัดผสมกับแป้ง 1:1 เช่น แป้ง 1 ถ้วยต่อน้ำ 1 ถ้วยจะได้เหลวพอดี ใส่น้ำมันพืชสัก 1 ช้อนชาไปหน่อยจะได้กรอบนาน คนๆๆให้เข้ากัน

สูตรนี้ทดลองทำแล้วครับ เมื่อวานนี้กับมะละกอเหมือนเดิม กรอบกว่าแป้งทอดสำเร็จอีก
เอาไปทำแซนวิชทอดกรอบก็ได้ครับ
{[['']]}

มาม่อนเค้ก : Mamon Cake



วันนี้มีสูตรมาม่อน เค้กซึ่งเป็นสปองค์เค้กของฟิลิปปินส์ที่เนื้อนุ่มเบา อร่อยและไม่หวานมากนักมาฝากค่ะ เป็นสูตรที่มีส่วนผสมไม่กี่อย่าง วิธีทำก็ง่ายดายไม่สลับซับซ้อนอะไร เปอร์เซ็นต์การล้มเหลวจึงค่อนข้างต่ำ ใครชอบสปองค์เนื้อเบาๆ ลองทำดูนะคะ เราทำหลายรอบแล้ว ลองผสมสองแบบ แบบแรกยุ่งยากกว่านิดนึง เนื้อขนมนุ่มมากแต่ไม่เหมือนฟองน้ำ ส่วนแบบที่สองผสม ง่ายกว่าเนื้อขนมจะออกมานุ่มเหมือนฟองน้ำ สรุปว่าเราชอบกินตัวขนมแบบที่ 1 มากกว่าค่ะ เพราะให้ความรู้สึกเหมือนกำลังกินขนมปุยฝ้ายนิดๆ (พยายามทำปุยฝ้ายหลายรอบแล้วแต่ไม่เคยสำเร็จค่ะ ขาดเอสพีช่วย หน้าไม่แตก เนื้อเค้กงี้ทั้งหนักทั้งแน่นเชียว) ภาพวิธีทำที่ลงก็เป็นการผสมแบบแรกนะคะ

ส่วนผสม

1. ไข่ไก่ฟองใหญ่ 2 ฟอง
2. เกลือป่น 1 หยิบมือ
3. น้ำมะนาว 1/2 ชช.
4. น้ำตาลทรายเม็ดละเอียด 60 กรัม
5. น้ำมันพืช 35 กรัม
6. วานิลลา 1/2 ชช.
7. แป้งเค้ก 50 กรัม
8. ผงฟู 1/4 ชช.
9. ผลไม้แห้งเช่น เชอรี่ ลูกเกด ส้ม หรือชีสสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ 1



แยกไข่ขาวกับไข่แดงออกจากกัน ร่อนแป้งกับผงฟูรวมกัน 2 ครั้ง อุ่นเตาอบไว้ที่ 180ซี เตรียมถ้วยกระดาษรองพิมพ์มัฟฟินไว้ให้พร้อมค่ะ 

ตี ไข่ขาวกับเกลือและน้ำมะนาวด้วยความเร็วต่ำสุดประมาณ 20 วินาที พอเริ่มฟูเปลี่ยนเป็นความเร็วสูงสุดแล้วค่อย ๆ ใส่น้ำตาล (30 กรัม)ลงไปทีละน้อย ตีต่อจนน้ำตาลทรายหมดและไข่ขาวตั้งยอดอ่อน พักไว้ก่อน    (เรา ใส่ภาพสลับกันค่ะ จริงๆ ต้องตีไข่ขาวก่อน เสร็จแล้วถึงมาตีไข่แดง ทำอย่างนี้เพราะขี้เกียจล้างหัวตี 55 หากใครขยันล้างก็ตีไข่แดงก่อนแล้วค่อยตีไข่ขาวเหมือนในภาพก้ได้ค่ะ)
ตอน นี้เราก็ไปตีไข่แดงต่อค่ะ โดยเทไข่แดง น้ำมันพืช วานิลา และน้ำตาลส่วนที่เหลือใส่ชามอ่างอีกใบ ตีด้วยความเร็วสูงจนไข่มีลักษณะข้นฟู แล้วจึงนำไข่ขาวมาตะล่อมให้เข้ากับไข่แดง 


สุดท้ายก็ร่อนแป้งใส่อ่างไข่ แบ่งใส่สัก 2 ครั้ง ตะล่อมเบามือด้วยตะกร้อมือหรือพายยางให้พอเข้ากัน ไม่มีแป้งเหลือเป็นเม็ดๆ (เราใช้ตะกร้อมือตะล่อมแป้งให้เข้ากับไข่พอเข้ากันก่อน สุดท้ายก็ใช้ไม้พายปาดส่วนผสมตะล่อมวนจากขอบจนถึงก้นอ่างประมาณ 2-3 ครั้งเพื่อความแน่ใจว่าผสมเข้ากันดีแล้วจริงๆ ค่ะ) ขั้นตอนนี้พยายามอย่าคนแรงหรือคนนานนะคะ ไม่งั้นเค้กที่ได้จะเหนียวและไม่นุ่มฟูเท่าที่ควรค่ะ    
เสร็จ แล้วก็เทใส่พิมพ์ โรยหน้าด้วยผลไม้แห้งต่างๆ (ถ้าชอบ) แล้วนำเข้าอบประมาณ 13-15 นาทีค่ะ วางถาดตรงชั้นกลางของเตาอบนะคะ หากใครชอบชีสก็ไม่ต้องโรยผลไม้ พออบเสร็จเอาออกจากเตาแล้วก็โรยหน้าด้วยชีสขูดค่ะ 


วิธีทำ 2 

ร่อนแป้งกับผงฟูรวมกัน 2 ครั้ง อุ่นเตาอบไว้ที่ 180ซี เตรียมถ้วยกระดาษรองพิมพ์มัฟฟินไว้ให้พร้อมค่ะ ตอกไข่ใส่ชามผสม ใส่เกลือและน้ำมะนาวลงไป หาชามอ่างอีกใบที่เล็กกว่าอ่างไข่ใส่น้ำร้อนมารองก้นอ่างไข่ ตีไข่ด้วยความเร็วต่ำสุดประมาณ 20 วินาที พอเริ่มฟู เปลี่ยนเป็นความเร็วสูงสุดตีต่อไปเรื่อย ๆ แล้วค่อย ๆ ใส่น้ำตาลลงไปทีละน้อย ตีต่อจนน้ำตาลทรายหมด ไข่มีลักษณะข้นมาก ๆ และมี สีขาวนวล 
จากนั้นค่อยๆ เทน้ำมันพืชและวานิลลาลงไป ตีต่อจนน้ำมันเข้ากับไข่ดี แล้วก็หยุดค่ะ สุดท้ายค่อยๆ ร่อนแป้งลงในอ่างไข่ แบ่งใส่สัก 2 ครั้งนะคะ ตะล่อมอย่างเบามือให้เข้ากันดี ไม่มีแป้งเหลือเป็นเม็ดๆ แล้วก็เทใส่พิมพ์ โรยหน้าด้วยผลไม้แห้งต่างๆ แล้วนำเข้าอบประมาณ 13-15 นาทีค่ะ หากใครชอบชีส ก็ไม่ต้องโรยผลไม้ พออบเสร็จเอาออกจากเตาแล้วก็โรยหน้าด้วยเชดด้าชีสทันทีค่ะ

วันนี้เราโรยหน้าด้วยลูกเกด ก่อนอบครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งโรยชีสหลังอบค่ะ ปกติจะใช้เชดด้าชีสโรย แต่วันนี้ไม่มีเลยใช้ยังเกาด้าแทน ก็พอได้ค่ะแต่ถ้าเป็นเชดด้าจะอร่อยกว่า



กัด ให้ดูเนื้อขนมด้านในหน่อย เนื้อมันนุ่มเหมือนปุยนุ่น พอเอาเข้าปากไปแล้วแทบไม่ต้องเคี้ยวเลย กินไปตั้งหลายถ้วยแต่รู้สึกเหมือนไม่ได้กินเลย ฮ่าๆ สรุปว่าอบไป 8-9 ถ้วย อะฮั้นกินคนเดียวก็ 6 ถ้วยแล้วค่ะ ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมถึง... ไม่เอา ไม่พูดต่อดีกว่า อะฮึๆ



{[['']]}

Translate

 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. tonfolk-trick - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger