Latest Article :
Recent Article
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้หญิง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้หญิง แสดงบทความทั้งหมด

สาว ๆ จ๋า มาล้างแปรงแต่งหน้ากันเถอะ



          ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณคำอธิบายและเทคนิคการล้างแปรง รวมทั้งภาพประกอบสวย ๆ และเข้าใจง่ายจากเว็บไซต์ thebeautydepartment  มา ณ ที่นี้ด้วยนะจ๊ะ เป็นเว็บไซต์น่ารัก ๆ ที่ครบเครื่องเรื่องความงามจริง ๆ เลยเชียว

          วิธีการล้างแปรงที่นำมาฝากกันวันนี้มี 2 แบบด้วยกัน แบบแรกสำหรับสาว ๆ ที่มีเวลาไม่มากนัก เรียกการล้างแปรงแบบนี้ว่า Heavy Duty ค่ะ ส่วนสาว ๆ ที่มีเวลารอให้ขนแปรงแห้งนาน ๆ ก็ต้องเป็นวิธี Gentle D.I.Y. เลยจ้ะ

     การล้างแปรงแต่งหน้าแบบ Heavy Duty

          อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ล้างอุปกรณ์และแปรงแต่งหน้า และ กระดาษชำระชนิดเปเปอร์โทเวลหรือคิทเช่นโทเวล

    1. เริ่มจากฉีดสเปรย์น้ำยาทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าลงไปที่ขนแปรงจนชุ่ม (เริ่มจากแปรงทารองพื้นเป็นลำดับแรกก็จะดีค่ะ เพราะว่าเป็นแปรงที่มีเครื่องสำอางตกค้างอยู่มากเป็นที่หนึ่งเลยเชียว)

    2. ปาดขนแปรงไปมาบนกระดาษทิชชู่ จะสังเกตเห็นว่าเครื่องสำอางที่ตกค้างอยู่จะหลุดติดไปบนกระดาษ ปาดซ้ำ ๆ ไปมาจนไม่เหลือสีเครื่องสำอางติดบนกระดาษอีก 

    3. ฉีดสเปรย์น้ำยาทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าลงไปบนแปรงที่เหลือในคราวเดียวกัน (แปรงอายแชโดว์ แปรงปัดแก้ม แปรงสำหรับอายไลน์เนอร์ และ พู่กันทาปาก) 

    4. ปาดขนแปรงไปมาบนกระดาษทิชชู่เช่นเดิม จะเห็นว่าแปรงเหล่านี้จะสะอาดได้ค่อนข้างเร็วกว่าแปรงสำหรับรองพื้น ส่วนน้ำยาจะค่อย ๆ ระเหยแห้งไปในราว 2-3 นาที จึงเป็นวิธีที่ดีมากสำหรับสาว ๆ ผู้รักการแต่งหน้าแต่มีเวลาน้อยค่ะ

      การล้างแปรงแต่งหน้าแบบ Gentle D.I.Y.
          อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ ได้แก่ ยาสระผมสำหรับเด็กชนิดอ่อนโยน และ ชาม 1 ใบ

    1. ใส่ยาสระผมสำหรับเด็กชนิดอ่อนโยนปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะลงในชาม จากนั้นผสมน้ำอุ่นลงไป ตีให้เป็นฟองเล็กน้อย รวบแปรงแต่งหน้าทั้งหมดที่ต้องการล้างแล้วจุ่มหัวแปรงลงไปแช่ไว้ก่อนครู่หนึ่ง ก่อนจะจับแปรงแกว่งวนในน้ำโดยให้ขนแปรงสัมผัสกับก้นชาม 

    2. เมื่อเสร็จกระบวนการแรกแล้ว แช่แปรงทิ้งไว้ 10 วินาที 

    3. จากนั้นนำแปรงแต่ละอันมาล้างด้วยน้ำเย็น โดยเปิดก๊อกให้น้ำเย็นไหลผ่าน เพื่อล้างคราบเครื่องสำอางที่ยังหลงเหลืออยู่และล้างยาสระผมออก รวมทั้งน้ำเย็นจะทำให้ขนแปรงคืนสู่สภาพเดิมด้วย 

    4. นำขึ้นจากนั้น จัดทรงแปรงให้เหมือนดังเดิมหากจำเป็น โดยใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้ของคุณกดบีบขนแปรงทีละน้อยจนเข้ารูปเดิม

          ส่วนวิธีการตากให้แห้งสำหรับการล้างแปรงแบบ Gentle D.I.Y. สามารถทำได้โดย ใช้ผ้าขนหนูหรือผ้าที่ซับน้ำได้ดีพับให้เกิดรอยพับก่อน แล้วจึงใช้วัตถุทรงกระบอกยาว ๆ (อาจเป็นแปรงแต่งหน้าด้ามกลมที่ไม่ได้นำมาล้างในครั้งนี้หรือปากกาเมจิกก็ได้) วางสอดเข้าไปใต้รอยพับ จากนั้นนำแปรงแต่ละอันมาวางพาดในลักษณะไม้กระดก โดยให้หัวแปรงอยู่ในลักษณะทิ่มลงแต่ไม่ถูกพื้น และปล่อยทิ้งไว้จนแห้ง จากนั้นก็นำเก็บเข้าที่พร้อมใช้สำหรับโอกาสต่อไปได้เลยค่ะ 
{[['']]}

โทนสีเหลืองช่วยคุณได้เยอะ



          ผิวหน้าเปล่งปลั่งขึ้น คอนซีลเลอร์ ไพร์เมอร์ ครีมรองพื้น และแป้งโทนสีเหลืองจะช่วยเติมความเปล่งปลั่งให้ผิวดูกระจ่างทันที จึงนับว่าช่วยให้คุณดูขาวขึ้นได้ นอกจากนี้ยังช่วยซ่อนร่องรอยความเหนื่อยล้าได้อย่างมิดชิดด้วย

          กำจัดรอยแดง โทนสีเหลืองนอกจากจะช่วยกลบเกลื่อนโทนสีชมพูให้ดูนุ่มนวลขึ้นได้แล้ว ยังช่วยกลบเกลื่อนรอยแดง ๆ ของสิวและทำให้รอยคล้ำใต้ตาดูจางลงได้ นอกจากนี้ ถ้าคุณใช้คอนซีลเลอร์เนื้อบางเบาโทนสีเหลืองทาบนเปลือกตา ก็จะช่วยเตรียมผิวบริเวณนั้นให้ทาอายแชโดว์ได้ง่ายขึ้นด้วย
{[['']]}

ปัดขนตาล่างให้สวยเรียงเส้นด้วยพู่กันทาปาก



วิธีหนึ่งที่จะทำให้ดวงตาดูโตและสวยชวนมองก็คือการปัดขนตา ไม่ใช่เพียงแค่ปัดแต่ขนตาบนเท่านั้น แต่ยังต้องปัดขนตาล่างด้วย ยิ่งปัดให้สวยหนาเป็นแพเหมือนกับขนตาบนได้ก็ยิ่งดี แต่การใช้แปรงที่มาพร้อมมาสคาร่ามาปัดก็ค่อนข้างยาก เพราะแปรงนั้นใหญ่เกินไปสำหรับขนตาล่าง และปัดไล่จากโคนขนตาได้ยากด้วย ถ้าอย่างนั้นลองใช้อุปกรณ์แต่งหน้าใกล้ตัวอย่าง "พู่กันทาปาก" มาเป็นตัวช่วยกันดีกว่าค่ะ
          เริ่มต้นจากจุ่มมาสคาร่ามาป้ายที่หลังมือเล็กน้อย จากนั้นใช้พู่กันทาปากแตะมาสคาร่าแล้วนำไปปัดขนตาล่าง ด้วยวิธีนี้ทำให้คุณสามารถปัดขนตาได้แทบทีละเส้น แถมยังปัดขึ้นมาจากโคนขนตาได้อย่างง่ายดาย ทำให้ขอบตาดูหนาและชัดขึ้นกว่าปกติ จนไม่ต้องอาศัยอายไลน์เนอร์สำหรับขอบตาล่างเลยล่ะ 

          เมื่อใช้พู่กันเสร็จแล้วอย่าลืมล้างแปรงให้สะอาดด้วยนะคะ เพื่อจะได้พร้อมใช้ครั้งต่อไป ไม่ว่าจะในพู่กันทาปากหรือว่าเอามาปัดขนตาก็เถอะ ^^
{[['']]}

เทคนิคเขียนคิ้วสวยง่าย ๆ ใน 4 ขั้นตอน



ในตอนนี้รู้สึกว่าเทรนด์การแต่งหน้าแบบเขียนคิ้วคม ๆ กำลังเป็นที่นิยมซะจริง ๆ และก็มีแบรนด์เครื่องสำอางหลายยี่ห้อที่มีตัวช่วยให้การเขียนคิ้วของสาว ๆ ง่ายขึ้นด้วยการทำบล็อกสำหรับเขียนคิ้วออกมา แค่นำไปวางทาบ ก็ถมสีระบายตามได้เลย แต่ถ้าไม่มีอุปกรณ์ตัวที่ว่านี้ คุณก็สามารถใช้ฝีมือล้วน ๆ เขียนคิ้วสวย ๆ ด้วยตัวเองได้ ตาม 4 ขั้นตอนดังนี้ค่ะ 

ขั้นตอนที่ 1


          ใช้แปรงหัวแบนปลายตัดแตะที่เขียนคิ้วชนิดฝุ่น ลากเส้นเป็นแนวที่บริเวณเหนือคิ้วและใต้คิ้วของคุณ เส้นทั้งสองนี้จะเป็นกรอบว่าคิ้วของคุณจะมีความหนาเท่าไร และมีรูปทรงเป็นอย่างไร (อยากเห็นคิ้วตัวเองเป็นแบบไหนก็กำหนดได้ในขั้นตอนนี้เลยค่ะ)

ขั้นตอนที่ 2


          ใช้แปรงสำหรับเขียนคิ้วแตะที่เขียนคิ้วชนิดฝุ่น เริ่มลงสีที่ส่วนที่โค้งที่สุดของคิ้วเป็นลำดับแรก เพื่อให้จุดโค้งของคิ้วมีน้ำหนักดี และทำให้คิ้วดูเข้ม โดยระบายให้อยู่ภายในกรอบที่วาดเอาไว้ในขั้นตอนแรก

ขั้นตอนที่ 3

          ไล้แปรงลากจากจุดโค้งของคิ้วมาหาหางคิ้ว ทั้งนี้จงจำไว้ว่า 2/3 จากปลายคิ้วจะเป็นส่วนที่มีสีเข้มที่สุด จากนั้นยกแปรงมาเริ่มเขียนที่หัวคิ้วต่อ และลงน้ำหนักมือให้เบากว่าเดิม เพราะหัวคิ้วควรเป็นส่วนที่อ่อนกว่าหางคิ้ว เมื่อสีจากแปรงเริ่มจางลง ให้ยกแปรงไปเบลนด์ที่ส่วนหางคิ้วอีกครั้ง เพื่อให้ได้หางคิ้วที่เรียวลง และดูอ่อนนุ่มเป็นธรรมชาติ 

ขั้นตอนที่ 4


          ปิดท้ายด้วยการใช้ไฮไลท์ปาดที่ใต้จุดโค้งของคิ้ว ตามด้วยที่โหนกแก้มบริเวณใต้ตา และที่สันจมูก เพื่อทำให้พื้นที่รอบ ๆ ดวงตาดูสว่างขึ้น ดวงตาก็จะสดใสขึ้นด้วยค่ะ 

          เท่านี้คุณก็จะได้คิ้วคมเข้มสวย ๆ พร้อมดวงตาสดใสตามเทรนด์ฮิต แบบไม่ต้องพึ่งบล็อกเขียนคิ้วแล้วล่ะค่ะ ;D 
{[['']]}

เลือกลิปสติกอย่างไรก็ไม่มีพลาด หากได้ใช้เคล็ดลับเหล่านี้



คาดว่าสาว ๆ น่าจะมีลิปสติกกันคนละแท่งสองแท่ง (เป็นอย่างน้อย) ที่ถูกซุกอยู่มุมในสุดของกระเป๋าเครื่องสำอาง หรือวางทิ้งไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง หลังจากได้เห่อใช้ตอนเพิ่งซื้อมาใหม่ ๆ ได้ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ แล้วก็พบว่าที่จริงแล้วสีที่เห็นว่าสวยดีตอนซื้อนั้น ช่างไม่เข้ากับตัวคุณเอาเสียเลย .. เจ้าลิปสติกแท่งนั้นก็เลยมีอันจบเห่ถูกปล่อยทิ้งไม่ใส่ใจ ส่วนเจ้าของก็ต้องเจ็บใจเพราะเหมือนเสียเงินไปฟรี ๆ 

          เพื่อให้บทเรียนราคาแพงพอประมาณเช่นนี้ไม่เกิดขึ้นซ้ำสองอีก ต้องมาดูวิธีการเลือกลิปสติกให้สีเข้ากับคุณ ทาแล้วเกิด ทาแล้วเจิด ที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากกันค่ะ 

      เลือกสีลิปสติกอย่างไร ให้ทาบนเรียวปากแล้วสวย 

         หลักง่าย ๆ ในการเลือกสีของลิปสติกให้ทาบนเรียวปากของคุณแล้วดูสวยดี มีอยู่ง่าย ๆ ว่า ให้เลือกลิปสติกสีที่เป็นโทนเดียวกับสีของริมฝีปากของคุณ แต่ให้เป็นเฉดที่เข้มกว่า
         หากเรียวปากธรรมชาติของคุณนั้นค่อนข้างซีดจนเกือบจะเป็นสีเดียวกับผิวหน้า สีลิปสติกที่เหมาะกับคุณควรเป็นสีเบจ สีแซนดี้หรือสีน้ำตาลอ่อน ๆ แบบผืนทราย หรือสีชมพูอ่อน  

          เรียวปากสีเข้มขึ้นระดับกลาง สีลิปสติกควรมีส่วนผสมของสีน้ำตาลหรือสีดอกกุหลาบ 

         เรียวปากสีคล้ำ เลือกใช้ลิปสติกสีเข้มแบบสีลูกเกดได้ 

         เรียวปากคล้ำมากเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีม่วง ต้องลิปสติกสีช็อกโกแลต หรือสีแบล็คเบอร์รี่ 

- หากต้องการทาปากเพื่อไปงานกลางคืน ให้เลือกสีที่จัดและเข้มขึ้นกว่าสีที่ทาแล้วสวยในตอนกลางวันอีกหนึ่งสเต็ป เท่านี้ก็ได้เรียวปากงาม ๆ  เย้ายวนใจไปงานราตรีแล้ว 

     เลือกสีลิปสติกให้เข้ากับโทนผิว 

         นอกจากจะดูสีธรรมชาติของริมฝีปากแล้ว สีผิวเองก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะตัดสินได้ว่า ลิปสติกสีที่คุณเลือกมา จะทาลงไปแล้วทำให้คุณ "เกิด" หรือ "ดับ"  

         สีผิวของแต่ละคนจะแบ่งออกเป็นสองโทน คือ โทนเย็น กับ โทนร้อน ผิวโทนร้อนไปกันได้ดีกับลิปสติกสีแนวส้มแดง ในขณะที่ผิวโทนเย็นจะยิ่งสวยเด่นในลิปสติกสีชมพู 

          วิธีการสังเกตว่าผิวของคุณเป็นโทนร้อนหรือโทนเย็น

         สังเกตตัวเองว่าตัวเองดูดีในเครื่องประดับแบบไหน ระหว่างเครื่องประดับจากทองและเครื่องประดับจากเงิน ทองจะยิ่งขับให้คนผิวโทนร้อนดูผุดผาด ส่วนเงินก็จะทำให้คนผิวโทนเย็นดูผ่องมากขึ้น 

         สัดูที่ข้อพับแขนของตัวเอง หากผิวส่วนนั้นซีดและเห็นเส้นเลือดเป็นสีออกน้ำเงินสว่าง แสดงว่ามีผิวโทนเย็น ส่วนผิวโทนร้อนนั้นมักมองไม่ค่อยเห็นเส้นเลือดเท่าไรนัก 

         เมื่อรู้ว่าสีผิวของตัวเองเป็นโทนไหนแล้วก็จะทำให้คุณเลือกลิปสติกได้ง่ายยิ่งขึ้น 

          สีผิวโทนร้อน - สีเหลือง สีส้ม สีแดงอมส้ม สีคาปูชิโน่ สีคาราเมล สีน้ำตาลที่มีประกายบรอนซ์หรือประกายทอง 

          สีผิวโทนร้อน - สีฟ้า สีม่วง สีน้ำเงิน สีชมพู สีเบจเจือชมพู สีแดงอันเดอร์โทนน้ำเงิน

          ที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อลิปสติกก็คือ ก่อนตัดสินใจซื้อคุณควรได้ลองเทสต์ลงบนริมฝีปากตัวเองเสียก่อน (หากเป็นไปได้) หรือเทสต์ดูสีที่ปลายนิ้ว ซึ่งมีสีผิวใกล้เคียงกับริมฝีปากมากกว่าผิวที่ท้องแขนหรือที่ข้อมือ จะทำให้คุณเห็นได้ชัดเจนว่าลิปสติกสีนั้นเป็นอย่างไร เข้ากับผิวของคุณได้หรือไม่ มีเนื้อลิปสติกแบบไหน ทั้งนี้ลิปสติกเนื้อแมตต์ทำให้ริมฝีปากดูบางและดูมีอายุขึ้น ในขณะที่ลิปสติกเนื้อมันวาวทำให้เรียวปากอิ่มเอิบและได้ลุคที่ดูอ่อนเยาว์ลงค่ะ .. อย่าลืมนำไปใช้กันดูนะจ๊ะ ^^
{[['']]}

Translate

 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. tonfolk-trick - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger