Latest Article :
Recent Article
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ แสดงบทความทั้งหมด

เทคนิควิธีการล้างสารพิษตกค้างในผักผลไม้แบบชาวบ้าน



ในการลด ละ เลี่ยง เลิก ในการใช้สารพิษ ถือเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา หลายฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้ผลิตหรือเกษตรกรเอง ต้องมีความเข้าใจและให้ความร่วมมือกัน ตั้งแต่ระดับต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เราจึงจะมีแหล่งอาหารที่สะอาด ปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตาม วันนี้คนไทยยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้ จึงขอแนะนำเทคนิคเกี่ยวกับการทำความสะอาดพืชผักผลไม้ให้มั่นใจก่อนรับประทานดังนี้
1. การแช่น้ำ เริ่มด้วยการล้างผักรอบแรกให้สะอาดเสียก่อน หลังจากนั้นเด็ดผักออกเป็นใบๆ แล้วนำมาแช่ในภาชนะที่เตรียมไว้ประมาณ 15 นาที วิธีนี้จะช่วยลดสารพิษจากฆ่ายาแมลงได้ประมาณ 7-33%
 
2. ล้างผักในน้ำที่ไหลผ่านอย่างเช่นน้ำก๊อก ประมาณ 2-5 นาที โดยเด็ดผักออกเป็นใบ ๆ นำมาใส่ในตะกร้าหรือตะแกรงโปร่ง แล้วเปิดน้ำให้แรงพอประมาณ ระหว่างล้างให้ใช้มือช่วยคลี่ใบผักและถูไปมาบนผิวใบของผักผลไม้ไปด้วยประมาณ 2 นาที วิธีนี้จะช่วยลดสารพิษจากยาฆ่าแมลงได้ประมาณ 25-63% (วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมและได้ผลดีมากวิธีหนึ่ง แต่จะมีข้อเสียในเรื่องของการใช้เวลานานในการล้างและต้องใช้น้ำสะอาดปริมาณมาก)
 
3. ปอกเปลือก วิธีนี้ให้นำผักหรือผลไม้มาปอกเปลือกหรือการลอกใบผักชั้นนอกออก เช่น กะหล่ำปลี ฯลฯ โดยให้ลอกเปลือกหรือกาบด้านนอกออกทิ้งสัก 2-3 ใบ เพราะสารพิษส่วนใหญ่จะสะสมตกค้างบริเวณเปลือกด้านนอกหรือบริเวณกาบ แล้วจึงนำไปแช่ในน้ำสะอาดอีกประมาณ 5-10 นาที หลังจากนั้นก็ล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง วิธีนี้จะช่วยลดปริมาณของสารพิษตกค้างได้ประมาณ 27-72%
 
4. น้ำเกลือ ให้ใช้เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับน้ำ 4 ลิตร แล้วนำผักผลไม้มาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง จะช่วยลดปริมาณของสารพิษตกค้างได้ประมาณ 27-38% (วิธีนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก เพราะลดปริมาณของสารพิษได้ไม่มาก และอาจทำให้ผักและผลไม้มีรสเค็มได้) แต่บางข้อมูลกลับระบุว่าการใช้น้ำเกลือล้างผักผลไม้ไม่ได้ช่วยทำให้ผักสะอาดขึ้นได้แต่อย่างใด เนื่องจากเกลือเป็นโซเดียมคลอไรด์ที่มีส่วนทำให้สารตกค้างหรือยาฆ่าแมลงนั้นคงทนยิ่งขึ้น ทำให้ยังมีสารตกค้างอยู่ผักและผลไม้ (แต่ข้อมูลส่วนนี้เองผู้เขียนเองก็หาแหล่งอ้างอิงไม่เจอครับ จริงเท็จประการใดก็ไม่ทราบ ทางที่ดีก็ให้ลองเลือกใช้วิธีอื่นแทนจะดีกว่าครับ)
 
5. น้ำซาวข้าว ให้นำผักหรือผลไม้มาแช่ด้วยน้ำซาวข้าวประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง วิธีนี้จะช่วยลดปริมาณของสารพิษตกค้างได้ 29-38%
 
6. น้ำปูนใส (ทำมาจากปูนแดงหรือปูนขาวที่กินกับหมาก) ให้เตรียมน้ำปูนใสอิ่มตัวที่ผสมกับน้ำเท่าตัว แล้วนำผักมาแช่ประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง วิธีนี้จะช่วยลดปริมาณของสารพิษตกค้างได้ประมาณ 34-52%
 
7. ผงปูนคลอรีน (Calcium Hypochlorite แคลเซียมไฮโปคลอไรต์) ให้ใช้ผงปูนคลอรีน 60% จำนวน 1/2 ช้อนชา (ความเข้มข้นของคลอรีน 50 พีพี เอ็ม) นำมาผสมกับน้ำ 20 ลิตร แล้วนำมาผักผลไม้มาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที วิธีนี้จะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ดีมาก
 
8. ด่างทับทิม (Potassium permanganate  โพแทสเซียม เปอร์แมงกาเนต)  ให้ใช้ด่างทับทิมประมาณ 20-30 เกล็ด ผสมกับน้ำ 4 ลิตร แล้วจึงนำผักมาแช่ไว้ประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นให้ล้างออกด้วยสะอาดอีกครั้งหนึ่ง วิธีนี้จะช่วยลดประมาณของสารพิษตกค้างได้ประมาณ 35-43% (การใช้ด่างทับทิมในปริมาณที่มากจนเกินไป อาจเป็นอันตายต่อระบบทางเดินอาหาร ถ้าหากสูดดมไอระเหยของด่างทับทิมเข้าไปมาก ๆ ก็อาจทำให้ระบบทางเดินหายใจมีปัญหาได้ และถ้าด่างทับทิมเข้าตาก็อาจทำให้ตาบอดได้ ดังนั้นการใช้วิธีนี้จึงต้องใช้อย่างระมัดระวังครับ อีกอย่างการใช้ด่างทับทิมต้องใช้ในปริมาณน้อย ไม่อย่างนั้นผักและผลไม้จะเหี่ยวหรือเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลได้ ทำให้เปื้อนมือ เปื้อนอ่างด้วย)
 
9. น้ำส้มสายชู (Vinegar) วิธีนี้ให้เตรียมน้ำสายชูที่มีกรดน้ำส้มความเข้มข้น 5% ของกรดน้ำส้ม นำมาผสมกับน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 10 แล้วจึงนำผักมาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกรอบหนึ่ง จะช่วยลดสารพิษจากยาฆ่าแมลงได้ประมาณ 60-84% (วิธีนี้ภาชนะไม่ควรเป็นพลาสติก และการล้างผักด้วยวิธีนี้อาจทำให้ผักบางชนิดมีกลิ่นของน้ำส้มสายชูติดมาได้ เพราะผักบางอย่าง เช่น ผักกาดขาว ผักกาดเขียว อาจมีการดูดรสเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชู)
 
10. เบกกิ้งโซดา หรือ โซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium bicarbonate)  บ้างก็เรียกว่า “โซดาทำขนมปัง” เป็นวิธีที่นิยมกันมาก การใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต 1/2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 10 ลิตร แล้วนำผักหรือผลไม้มาแช่ไว้ประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นค่อยล้างออกด้วยน้ำเปล่า 2 ครั้ง วิธีนี้จะช่วยลดสารพิษได้มากถึง 90-95% เลยทีเดียว (ข้อเสียของการใช้เบกกิ้งโซดาในการล้างผักผลไม้ คือจะมีส่วนผสมของโซเดียมอยู่ และอาจจะดูดซึมเข้าสู่ผักและผลไม้ที่นำไปแช่ได้ เพราะถ้าหากล้างไม่สะอาด การได้รับเบกกิ้งโซดาในปริมาณมากเกินไปก็อาจทำให้ท้องเสียได้) เพิ่มเติม : เบกกิ้งโซดาไม่ใช่ผงฟู เพราะผงฟูคือ เบกกิ้งโซดา + แป้ง
 
11. ผงฟู (Baking Powder) (เบกกิ้งโซดา + แป้ง) ให้ใช้ผงฟู 1/2 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดา 10 ลิตร แล้วนำผักหรือผลไม้มาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง วิธีนี้สามารถช่วยลดปริมาณของสารพิษจากยาฆ่าแมลงได้มากกว่า 90% และเป็นวิธีที่ปลอดภัยไม่เป็นอันตราย (เพราะผงฟูกินได้)
 
12. น้ำยาล้างผัก การแช่ผักในน้ำยาล้างผักที่มีวางจำหน่ายกันอยู่ทั่วไป ให้เลือกใช้ที่มีความเข้มข้นประมาณ 0.3% ในน้ำ 4 ลิตร และนำผักหรือผลไม้มาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที วิธีนี้จะช่วยลดปริมาณของสารพิษจากยาฆ่าแมลงได้ประมาณ 25-70% (การเลือกใช้น้ำยาล้างผักจะต้องดูให้ดีกว่าน้ำยาล้างผักมีส่วนประกอบอะไรบ้าง และต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะในบางครั้งน้ำยาล้างผักจะแทรกซึมเข้าไปในผักและอาจเป็นอันตรายกับเราได้)
 
13. น้ำยาล้างจานหรือน้ำยาล้างขวดนม การล้างผลไม้โดยใช้น้ำยาล้างจานหรือน้ำยาล้างขวดนมกับฟองน้ำถูเบา ๆ จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อที่อยู่บริเวณผิวของผลไม้ได้ และการล้างไข่ก่อนทำอาหารก็สามารถใช้วิธีนี้ได้เช่นกัน โดยวิธีนี้จะช่วยลดการปนเปื้อนของเชื้อได้มากกว่า 95%
 
14. ผงถ่าน ผงถ่านแอคติเวทชาร์โคลหรือผงคาร์บอนกัมมันต์ (activated carbon) หรือถ่านกัมมันต์ (activate chacoal) เป็นวัสดุคาร์บอนซึ่งมีเนื้อพรุน มีคุณสมบัติในการดูดซับสูงมาก ทำให้มันสามารถจับสารในปริมาณมากมายไว้ที่ผิว ด้วยคุณสมบัตินี้เองเราจึงนำมาใช้ประโยชน์ในการล้างผักผลไม้ได้ ซึ่งจะช่วยดูดกลิ่น ดูดสี ดูดซับสารพิษออกจากผัก แต่จะไม่ดูดซับแร่ธาตุออกไป อีกทั้งร่างกายก็ไม่สามารถดูดซึมผงถ่านได้ จึงไม่เป็นอันตรายเพราะร่างกายสามารถขับออกได้ แต่การนำมาใช้ล้างผักผลไม้ หากใช้ในปริมาณน้อยและแช่ไว้ไม่นานพอ จะไม่สามารถดูดซับสารพิษออกมาได้หมดครับ วิธีนี้ให้ใช้ผงถ่าน 1 ช้อนชา ต่อน้ำ 5 ลิตร แล้วนำผักผลไม้มาแช่ไว้ประมาณ 20 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด
 
** วิธีการทำความสะอาดผักอ้างอิงบางส่วนจาก : วารสารหมอชาวบ้าน **
สนับสนุนบทความโดย นายมนตรี บุญจรัส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยกรีน อะโกร จำกัด (ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ)
{[['']]}

วิธีทำความสะอาดชุดว่ายน้ำตัวโปรด



การซื้อชุดว่ายน้ำที่คุณชื่นชอบและมีคุณภาพสักตัว อาจมีราคาที่สูงแต่ก็เป็นการลงทุนที่มอบความพอใจให้กับคุณ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปเพียงไม่นาน ชุดว่ายน้ำตัวโปรดอาจเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว นั่นอาจเป็นเพราะชุดว่ายน้ำนั้นจะต้องทนต่อแสงแดด และน้ำทะเลจากการเที่ยวทะเล หรือคลอรีนจากสระว่ายน้ำ ชุดว่ายน้ำจึงเสื่อมสภาพลงได้ง่ายหากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีเท่าที่ควร 

ชุดว่ายน้ำนั้นทำมาจากเนื้อผ้าที่มีความยืดหยุ่นสูงและมีประสิทธิภาพในการแห้งได้ดี เช่น ผ้าไลครา(Lycra) และผ้าจากเส้นใยสังเคราะห์ที่มีความยืดหยุ่น (Spandex) คุณจึงควรดูแลเอาใจใส่กับการดูแลทำความสะอาดชุดว่ายน้ำมากกว่าเสื้อผ้าธรรมดาทั่วไป ซึ่งสามารถทำตามขั้นตอนง่ายๆ ทางด้านล่างนี้

การดูแลรักษาชุดว่ายน้ำ

1. อาบน้ำในขณะใส่ชุดว่ายน้ำก่อนลงทะเลหรือสระว่ายน้ำ ชุดว่ายน้ำที่เปียกน้ำสะอาดจะช่วยให้การดูดซึมของคลอรีนจากสระว่ายน้ำ หรือเกลือจากทะเลลดลง

2. ไม่ควรใช้ชุดว่ายน้ำขณะที่ยังไม่แห้งสนิท เพราะชุดว่ายน้ำจะคืนสภาพเดิมเมื่อแห้งสนิท การที่นำชุดว่ายน้ำมาใช้ในขณะที่ยังไม่แห้งสนิทสามารถทำให้เกิดผลเสียต่อรูปทรงของชุดว่ายน้ำที่อาจย้วยยานและไม่กระชับได้อย่างเก่า

3. หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันทาตัว ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์กันแดดหรือผลิตภัณฑ์ที่ทาหลังจากการอาบแดด เพราะน้ำมันมีคุณสมบัติทำลายความยืดหยุ่นของเนื้อผ้า

4. หลีกเลี่ยงการหมักชุดว่ายน้ำทิ้งไว้หลังจากการว่ายน้ำ เพราะจะทำให้ชุดว่ายน้ำมีกลิ่นอับชื้นและเกิดเชื้อราขึ้นได้ หากคุณไม่สะดวกที่จะซักทำความสะอาดชุดว่ายน้ำโดยทันที คุณควรซักด้วยน้ำเย็นแล้วบิดเบาๆ พอหมาดๆ จากนั้นผึ่งให้แห้งแล้วจึงนำมาซักใหม่อีกรอบ

การซักชุดว่ายน้ำ

คุณควรซักชุดว่ายน้ำโดยการซักมือและไม่ควรซักด้วยเครื่องซักผ้า เพราะอาจทำให้เนื้อผ้าที่มีความยืดหยุ่นเกิดการชำรุดได้ง่าย เพราะเครื่องซักผ้ามีระดับการปั่นที่แรงกว่าการซักด้วยมือ

1. ผสมน้ำสะอาดกับผงซักฟอกไว้ในกะละมังและตีให้เข้ากัน ผงซักฟอกที่คุณเลือกใช้ควรเป็นผงซักฟอกสูตรอ่อนโยนสำหรับซักมือ

2. ใส่ชุดว่ายน้ำลงไปและขยี้เบาๆ เพื่อทำความสะอาด คุณไม่ควรใช้แปรงซักผ้าในการขัดถูเพราะจะทำให้เนื้อผ้าเป็นขุยไม่สวยงามเช่นเคย

3. ล้างออกด้วยน้ำเย็นจนแน่ใจว่าได้ทำความสะอาดผงซักฟอกออกจนหมด หากมีการตกค้างของผงซักฟอกหลงเหลืออยู่บนผ้าอาจทำให้สารเคมีของผงซักฟอกทำลายความยืดหยุ่นของเนื้อผ้า และเกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังเมื่อสวมใส่

4. ตากผ้าในที่ร่มและมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก และไม่ควรตากชุดว่ายน้ำกับแสงแดดโดยตรง เพราะแสงแดดจะทำให้ความยืดหยุ่นของเนื้อผ้าเสื่อมคุณภาพและยังทำให้สีสันที่สวยงามของชุดว่ายน้ำซีดจางลงเร็วขึ้น ที่สำคัญห้ามนำชุดว่ายน้ำเข้าเครื่องอบผ้า เนื่องจากความร้อนของเครื่องอบผ้าสามารถทำให้เนื้อผ้าชำรุดและย้วยยานได้


ภาพประกอบโดย : Hilary Dotson
บทความโดย : บรีส ประเทศไทย
{[['']]}

ปลาดอร์ลี่ ชื่อนี้มีที่มา



เมื่อเอ่ยถึงปลาดอร์ลี่ หลายคนอาจจะนึกถึงเมนูอร่อยมากมาย ที่ตนเองได้เคยรับประทานจากร้านอาหารต่างๆ  หรืออาจจะเคยซื้อมาปรุงอาหารทานเองที่บ้าน และยอมจ่ายในราคาแพงด้วยความเข้าใจว่าเป็นปลาชั้นดี นำเข้าจากต่างประเทศ
ความเป็นจริงๆ แล้ว ปลาดอร์ลี่ ที่คนไทยบริโภคกันส่วนใหญ่ตอนนี้คือปลาสวาย จากประเทศเวียตนาม  ด้วยเหตุที่เนื้อปลาสวายของเวียตนาม มีสีขาวอมชมพู ผิดกับปลายสวายของไทยที่มีเนื้อสีเหลือง จึงทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่มีใครสงสัยว่าจริงๆ แล้วปลาดอร์ลี่คือปลาอะไรและมาจากไหน รู้แต่เพียงว่าเป็นปลาชั้นดี ราคาแพงจากต่างประเทศ
ความจริงเกี่ยวกับปลาดอร์ลี่เริ่มปรากฏต่อสาธาณชนหลังจากได้รับการเปิดโปงโดย นายสรรค์สนธิ บุณโยทยาน ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร และข้าราชการบำนาญ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยระบุว่า 
"เป็นเพราะผู้ขายระบุชื่อว่าเป็น ปลาดอลลี่เล่" พร้อมเขียนชื่อกำกับเป็นภาษาอังกฤษว่า Pangasius Fillet (Pangasius Hypopthalmus) ซึ่งเป็นการให้ข้อมูลแบบไม่ครบถ้วน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นปลาทะเล หรือเป็นปลาชนิดใหม่ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าชนิดเดียวกันที่ประเทศอเมริกามีการระบบชื่อรายละเอียดชัดเจว่าเป็นปลาเลี้ยงจากฟาร์มในประเทศเวียตนาม ใช้ชื่อการค้าว่า Swai"
นอกจากนี้ นายสรรค์สนธิ บุณโยทยาน ยังได้เผยถึงประสบการณ์การไปดูงานที่เมือง Can Tho ประเทศเวียดนาม เมื่อปี 2010 ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านประมงจากหลายประเทศไปประชุมกัน โดยฝ่ายไทยมีผู้เชี่ยวชาญจากกรมประมง และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย โดยผู้เลี้ยงปลาทุกคนต่างยืนยันว่าปลาที่เขาเลี้ยงในบ่อดินริมแม่น้ำ และเข้าโรงงานแร่เป็นชิ้นเนื้อสีขาวอมชมพู คือ "ปลาสวายธรรมดา" โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ Pangasius Hypopthalmus แต่ชาวเวียดนามมีวิธีทำให้ปลาสวายมีเนื้อสีขาวด้วยเทคนิค 2 ข้อ คือ
       
       1.เลือกอาหารที่ไม่ก่อให้เกิดสีเหลืองเข้าไปแทรกในไขมัน เช่น อย่าให้มีอาหารที่เป็นข้าวโพด และเนื่องจากเมืองนี้อยู่ใกล้ปากแม่น้ำ (ใกล้ทะเล) จึงสามารถหาซื้ออาหารโปรตีนจำพวกปลาป่นราคาถูกๆ       
       2.มีการถ่ายเทน้ำให้สะอาดอยู่ตลอดเวลา พวกเขาโชคดีที่เมืองนี้อยู่ใกล้ทะเลทำให้มีน้ำขึ้นและน้ำลง จึงสามารถถ่ายน้ำเข้าและออกจากบ่อดินได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำให้สิ้นเปลืองพลังงาน 
ส่วนปลาดอร์ลี่ตัวจริงเสียงจริงนั้น จะมีราคาค่อนข้างสูง เพราะเป็นปลาที่อาศัยอยู่น้ำลึกเช่น ในมหาสมุทรแอตแลนติก และในทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน มีชื่ออย่างเป็นทางการ(ชื่อทางวิทยาศาสตร์) ว่า Zenopsis conchifera ส่วนชื่อเล่นคือ  "จอห์น ดอร์ลี่" (John Dory)
คราวต่อไปหากคุณมีโอกาสไปทานเสต็กปลาดอร์ลี่ ให้สังเกตดูว่า เนื้อปลาเสต็กที่เสิร์ฟมาให้คุณนั้นมีรูปร่าง กลมๆ หรือ ยาวๆ ซึ่งถ้าเสต็กปลาดอร์ลี่ที่คุณสั่งมานั้นมีรูปร่างยาวๆ แล้วละก็ ให้รู้ไว้เลยว่าคุณกำลังจะได้ทานปลาสวายเวียตนามนะครับ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ คุณกำลังโดนหลอกนั่นเอง
{[['']]}

ประวัติชุดชั้นในบิกีนี่



วันเกิดบิกินี่

5 กรกฎาคม เมื่อ 60 ปี ที่แล้ว ที่ฝรั่งเศส วิศวกรช่างกลคนหนึ่ง เผยชุดว่ายน้ำที่เค้าออกแบบใหม่ชื่อ บิกินี่ ใครเห็นร้อง โอ้ว อ้าว เพราะว่าไม่เคยเห็นสาวนุ่งเสื้อผ้าตัวจิ๋ว โชว์สะดือ เนื้อหนังมากมาย ในที่สาธารณะมาก่อนในชีวิต สาวๆช็อค ไม่กล้าใส่ ยกเว้นสาวฝรั่งเศสกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
กว่าสาวๆทั่วไปจะยอมใส่ชุดว่ายน้ำที่คุณ Louis Reard (วิศวกรที่ว่านี้) ออกแบบมาก็เกือบ 20 ปีให้หลังตอนฮอลลีวูดทำหนังโชว์ดาราสวยๆในชุดบิกินี่ อย่างหนัง เจมส์ บอนด์ ทางหนังสือโป๊ เ่อ่อ วาบหวามเพลย์บอย (Playboy) ไม่ยอมน้อยหน้า ขึ้นปกนางแบบใส่ชุดบิกินี่เป็นครั้งแรก ตามมากระชั้นชิด
10 กว่าปีถัดมา บิกินี่หดลงๆ จนท่อนล่างเลิกปิดก้น ได้ชื่อใหม่ว่า Thong เกิดความฮืฮฮาอีกรอบ ทุกวันนี้เราก็รู้อยู่ว่าเป็นยังไง จบ

ขอบคุณที่มา : sakid บทความ
{[['']]}

วิธีนับอายุครรภ์แบบใดแม่นที่สุด


                การนับอายุครรภ์ทางการแพทย์นัน ให้นับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้ายเป็นหลักในการคำนวณอายุครรภ์และการกำหนดวันครบกำหนดคลอด โดยการเอาวันที่ของวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้ายมาบวกด้วย 7  เช่นวันที่ 10 ก็จะได้วันครบกำหนดคลอดเท่ากับ 10+7 เป็นวันที่ 17  จากนั้นเอาเดือนที่มีประจำเดือนครั้งสุดท้ายมาลบออก 3  เช่น  มีประจำเดือนครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งตรงกับเดือน 8 เอา 8-3 เท่ากับ 5 ซึ่งตรงกับเดือน พฤษภาคม  ดังนั้น หากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย คือ 10 สิงหาคม วันครบกำหนดคลอดจะเป็นวันที่ 17 เดือนพฤษภาคมในปีถัดไปนั่นเอง  ซึ่งถือว่าเป็นการคำนวณวันครบกำหนดคลอดอย่างคร่าวๆ

               ส่วนการหาอายุครรภ์ทางสูติศาสตร์ จะคำนวณเป็นสัปดาห์  โดยเริ่มนับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย  โดยถือว่าปกติคนเรามีการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์จึงถึงกำหนดคลอด และอายุครรภ์ 1 เดือนของสูติแพทย์เท่ากับ 4 สัปดาห์ หรือ 28 วัน (ไม่ใช่ 30 วันเหมือนอย่างคนทั่วไป)  ดังนั้น สูติแพทย์จึงถือว่า คนเราปกติตั้งครรภ์นาน 280 วัน หรือ 40 สัปดาห์ หรือ 10 เดือน (ของสูติแพทย์) จึงถึงกำหนดคลอด


ขอบคุณที่มา : นิตยสาร MODERNMOM

{[['']]}

รายชื่อสนามบินในประเทศไทย



รายชื่อท่าอากาศยาน
ท่าอากาศยานที่ตัวอักษรเป็น ตัวหนา จะเป็นท่าอากาศยานที่มีเที่ยวบินพาณิชย์ลงประจำ
จังหวัด  สถานที่ตั้ง  IATA  ICAO  ท่าอากาศยาน  ดำเนินงานโดย  
ท่าอากาศยานหลัก
กรุงเทพมหานครดอนเมืองDMKVTBDท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง(Don Mueang International Airport)บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
สมุทรปราการอ.บางพลีBKKVTBSท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
เชียงใหม่อ.เมืองCNXVTCCท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่(Chiang Mai International Airport)บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
เชียงรายอ.เมืองCEIVTCTท่าอากาศยานนานาชาติเชียงราย(Chiang Rai International Airport)บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
ภูเก็ตอ.ถลางHKTVTSPท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต(Phuket International Airport)บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
สงขลาอ.คลองหอยโข่งHDYVTSSท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่(Hat Yai International Airport)บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
ท่าอากาศยานรอง
กระบี่อ.เมืองKBVVTSGท่าอากาศยานกระบี่ (Krabi Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
ขอนแก่นอ.เมืองKKCVTUKท่าอากาศยานขอนแก่น (Khon Kaen Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
ชุมพรอ.ปะทิวCJMVTSEท่าอากาศยานชุมพร (Chumphon Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
ตากอ.เมืองTKTVTPTท่าอากาศยานตาก (Tak Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
ตากอ.แม่สอดMAQVTPMท่าอากาศยานแม่สอด (Mae Sot Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
ตรังอ.เมืองTSTVTSTท่าอากาศยานตรัง (Trang Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
ตราดอ.เมืองTDXVTBOท่าอากาศยานตราด (Trat Airport)บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด
นครพนมอ.เมืองKOPVTUWท่าอากาศยานนครพนม (Nakhon Phanom Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
นครราชสีมาอ.เฉลิมพระเกียรติNAKVTUQท่าอากาศยานนครราชสีมา (Nakhon Ratchasima Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
นครศรีธรรมราชอ.เมืองNSTVTSFท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช(Nakhon Si Thammarat Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
นครสวรรค์อ.ตาคลีTKHVTPIท่าอากาศยานนครสวรรค์ (Takhli Air Force Base)กองทัพอากาศ
นราธิวาสอ.เมืองNAWVTSCท่าอากาศยานนราธิวาส(Narathiwat Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
น่านอ.เมืองNNTVTCNท่าอากาศยานน่าน (Nan Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
บุรีรัมย์อ.สตึกBFVVTUOท่าอากาศยานบุรีรัมย์ (Buriram Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
ประจวบคีรีขันธ์อ.หัวหินHHQVTPHท่าอากาศยานหัวหิน (Hua Hin Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
ปัตตานีอ.หนองจิกPANVTSKท่าอากาศยานปัตตานี (Pattani Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
พิษณุโลกอ.เมืองPHSVTPPท่าอากาศยานพิษณุโลก(Phitsanulok Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
เพชรบูรณ์อ.หล่มสักPHYVTPLท่าอากาศยานเพชรบูรณ์(Phetchabun Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
แพร่อ.เมืองPRHVTCPท่าอากาศยานแพร่ (Phrae Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
แม่ฮ่องสอนอ.ปายPYYVTCIท่าอากาศยานปาย (Pai Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
แม่ฮ่องสอนอ.เมืองHGNVTCHท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน (Mae Hong Son Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
ร้อยเอ็ดอ.ธวัชบุรีROIVTUVท่าอากาศยานร้อยเอ็ด (Roi Et Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ'
ระยองอ.บ้านฉางUTPVTBUท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา(U-Tapao International Airport)กองทัพเรือ
ระนองอ.เมืองUNNVTSRท่าอากาศยานระนอง (Ranong Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
เลยอ.เมืองLOEVTULท่าอากาศยานเลย (Loei Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
ลำปางอ.เมืองLPTVTCLท่าอากาศยานลำปาง (Lampang Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
สกลนครอ.เมืองSNOVTUIท่าอากาศยานสกลนคร (Sakon Nakhon Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ'
สงขลาอ.เมืองSKLVTSHท่าอากาศยานสงขลา (Songkhla Airport)กองทัพเรือ
สุรินทร์อ.เมืองPXRVTUJท่าอากาศยานสุรินทร์ (Surin Airport)กองทัพบก
สุราษฎร์ธานีอ.เกาะสมุยUSMVTSMท่าอากาศยานสมุย (Samui Airport)บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด
สุราษฎร์ธานีอ.พุนพินURTVTSBท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี (Surat Thani Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
สุโขทัยอ.สวรรคโลกTHSVTPOท่าอากาศยานสุโขทัย (Sukhothai Airport)บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด
อุดรธานีอ.เมืองUTHVTUDท่าอากาศยานอุดรธานี (Udon Thani Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
อุบลราชธานีอ.เมืองUBPVTUUท่าอากาศยานอุบลราชธานี (Ubon Ratchathani Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ
ท่าอากาศยานรอง(ขนาดเล็ก)
จันทบุรีVTBCสนามบินจันทบุรี (Chanthaburi Airstrip)
ชลบุรีอ.สัตหีบQHIสนามบินสัตหีบ (Satthahip Airport)
ชลบุรีVTBTสนามบินบางพระ (Bang Phra Airport)
เชียงใหม่VTCMสนามบินบ้านธิ (Ban Thi Airport)
เชียงใหม่VTCYนกแอร์ฟิลด์ (Nok Airfield)
เชียงรายVTCRสนามบินเชียงราย (Chiang Rai Airport)
ตากอ.สามเงาVTPYสนามบินภูมิพล (Bhumipol Dam Airport)
นครปฐมอ.กำแพงแสนKDTVTBKสนามบินกำแพงแสน (Kamphaeng Saen Airport)
นครราชสีมาVTUNสนามบินโคราช (Khorat Air Force Base)กองทัพอากาศ
ประจวบคีรีขันธ์VTBPสนามบินประจวบคีรีขันธ์ (Prachuap Khiri Khan Military Airport)
แม่ฮ่องสอนอ.แม่สะเรียงVTCYสนามบินแม่สะเรียง (Mae Sariang Airport)
ราชบุรีอ.โพธารามVTPRสนามบินโพธาราม (Photharam Ratchaburi Airport)
ร้อยเอ็ดVTURสนามบินรอบเมือง (Rob Muang Airport)
ลพบุรีอ.เมืองKKMVTBLสนามบินโคกกระเทียม (Khok Kathiam Air Force Base)กองทัพอากาศ
ลำพูนVTCOสนามบินลำพูน (Lamphun Airport)
สระแก้วอ.วัฒนานครVTBWสนามบินวัฒนานคร (Watthana Nakhon Airport)
อุตรดิตถ์อ.เมืองUTRVTPUสนามบินอุตรดิตถ์ (Uttaradit Airport)กรมการขนส่งทางอากาศ

ขอบคุณที่มา : wikipedia.org
{[['']]}

Translate

 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. tonfolk-trick - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger