Latest Article :
Recent Article
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังและเพลง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังและเพลง แสดงบทความทั้งหมด

เจย์ ปาร์ค อดีตลีดเดอร์วงทูพีเอ็ม


แฟนเพลงเกาหลีในไทยโชคดีอีกแล้วที่จะได้สัมผัสศิลปินคนโปรด เมื่อ เจย์ ปาร์ค เตรียมบินลัดฟ้ามาเมืองไทยในงานแฟนมีท “เจย์ ปาร์ค เฟิสต์ สเต็ป อิน ไทยแลนด์ 2010” หลังจากประกาศลาออกจากวงทูพีเอ็มไปปีกว่าก็กลับสู่วงการเพลงเกาหลี   อีกครั้งในฐานะศิลปินเดี่ยวกับค่าย   เพลงใหม่ 
    
เจย์ ปาร์ค ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 25 เมษายน ปี พ.ศ. 2530 สูง 170 เซนติเมตร หนัก 60 กิโลกรัม เลือดกรุ๊ปเอ เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลี เพราะเกิดและเติบโตที่เขตเอ็ดมอนต์ส ในเมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา    และเคยเป็นอดีตนักร้องและหัวหน้าวงทูพีเอ็ม นอกจากนี้ เจย์ ปาร์ค พูดภาษาอังกฤษเป็นหลัก ชอบทานแฮม เบอร์เกอร์ มะม่วงอบแห้ง อาหารที่   ไม่ชอบคือ ปลาหมึกสด
    
เจย์ ปาร์ค มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยดวงตาแบบชาวเอเชียแท้ ริมฝีปากหยักได้รูป นิ้วมือที่เรียวยาว และกล้ามเนื้อที่แสดงให้เห็นถึงการ     ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ตอนเด็ก เจย์ ปาร์ค ใฝ่ฝันว่าอยากเป็นสัตวแพทย์ แต่เขามีความสามารถพิเศษในการเต้นบีบอย ร้องและแต่งท่อนแร็พ ทั้งนี้ เจย์ ปาร์ค ผ่านการ ออดิชั่นที่สหรัฐเพียงคนเดียว โดย ปาร์ค จิน ยอง ประธานบริษัท เจวายพี ได้ชมการออดิชั่นของ เจย์ ปาร์ค ด้วยตนเอง และเป็นคนที่นำตัวเขา    มาที่เกาหลีใต้จากการคัดเลือกทั่วอเมริกา ก่อนรวมกลุ่มเป็นบอยกรุ๊ป
     
แรกเริ่ม เจย์ ปาร์ค เข้าบริษัท เจวายพี เพื่อเป็นนักร้องและเต้นบีบอย เขาเรียนร้องเพลงและภาษาเกาหลีเป็นระยะเวลา 4 ปี อย่างไรก็ตาม เจย์ ปาร์ค บนเวทีการแสดงมักเป็น ที่จดจำในเรื่องของสรีระที่สวยงาม ภายหลังที่เขาประกาศลาออกจากวงทูพีเอ็ม และกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดใน   ซีแอตเติล เจย์ ปาร์ค ใช้เวลาใน การฝึกซ้อมเพิ่มพูนความสามารถด้านดนตรี และออกไปแข่งขันบีบอยในนามของกลุ่มอาร์ต ออฟ มูฟเมนต์
    
นอกจากนั้น เจย์ ปาร์ค ยังมีผลงานภาพยนตร์ 3 มิติเรื่อง ไฮป์ เนชั่น ทรีดี ซึ่งเป็นการร่วมทุนสร้างระหว่างเกาหลีกับอเมริกา ในเรื่อง เจย์ ปาร์ค รับบทเป็นตัวร้ายชื่อ ดาร์คเนสส์ หัวหน้าทีมบีบอยเกาหลีเชาส์ ครู 
    
เจย์ ปาร์ค ในฐานะศิลปินเดี่ยว ออกซิงเกิ้ลแรก เคานท์ ออน มี เป็นการหยิบเพลงฮิต นอร์ตทิน ออน ยู ของ บี.โอ.บี. มาทำใหม่ในเวอร์ชั่นภาษาเกาหลี และตอนนี้มียอดดาวน์โหลดเพลงนี้ในเว็บไซต์ยูทูบกว่าล้านครั้งแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหนุ่ม    เจย์ ปาร์ค ยังเป็นที่รักของแฟนเพลงเหมือนเดิม คอยพบ   กับ “เจย์ ปาร์ค เฟิสต์ สเต็ป อิน ไทยแลนด์ 2010” วันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ 3 สยามพารากอน

ขอบคุณที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์
{[['']]}

เพลงวิญญาณ VS เพลง I Won't Give Up



หลังจากอัลบั้มใหม่ของแสตมป์เปิดตัวไปได้ไม่นาน ก็เกิดมีกระแสวิพากษ์วิจารย์จนเป็นเกือบจะเป็นเรื่องดราม่า ในเว็บพันทิพย์ ซึ่งมีการตั้งกระทู้เป็นข้อสังเกตว่า เพลง วิญญาณ ของแสตมป์ นั้นไปลอกเลียนเพลง I Won't Give Up ของ Jason Mraz หรือเปล่า?
ผมเองปกติไม่เคยฟังเพลง I Won't Give Up แต่พอจะรู้เทคนิคและสไตล์การแต่งและร้องของ แสตมป์ อยู่บ้างพอสมควร เมื่อเห็นดราม่าเรื่องดังกล่าวจึงรีบไปหาเพลง I Won't Give Up มาฟังอย่างเร่งด่วนเพื่อเปรียบเทียบกับเพลง วิญญาณของแสตมป์ ฟังอยู่หลายรอบ จนเริ่มจะง่วงนอน
หลังจากฟังเพลงเปรียบเทียบกันอยู่หลายรอบ พอจะสรุปได้คือ เนื้อหาทั้ง 2 เพลงต่างกันอย่างสิ้นเชิง (อันนี้ใครๆ ก็ทราบ และไม่เกี่ยวกับการดราม่าครั้งนี้ แต่ผมอยากบอก..555) 

จังหวะของเพลงหรือ Time Signature ที่ผมพยายามฟังแล้วนับจังหวะตามได้คือ เป็นแบบ 6/4 หรือ 6/8 (อันนี้ต้องดูที่โน๊ตถึงจะฟันธง แต่เป็นจังหวะ 6 แน่ๆ - ถ้าผมนับไม่ผิด) ซึ่งจังหวะ หรือ Time Signature แบบนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมในบ้านเราเท่าไร เพราะปกติจะเป็นแบบ 4/4 เสียส่วนใหญ่ จะมีแบบ 3/4 หรือ 2/4 หลุดมาบ้างแต่เป็นแนวเพลงที่ไม่นิยมใช้ในแนวป๊อบหรือ Rock
คีย์ หรือบันไดเสียงที่ใช้ทั้ง 2 เพลงดังกล่าว น่าจะเป็นคีย์เดียวกัน เพราะฟังระดับเสียงแล้วมันเข้ากันได้พอดี (ผมไม่ทราบหรอกว่าเขาใช้คีย์อะไร เพราะเปียโนกับที่ฟังเพลงผมอยู่คนละห้องกัน เลยไม่ได้เทียบเสียง) 

- และสิ่งที่เหมือนกันอีกอย่างคือ ท่อน Hook ที่มีโน๊ตช่วงแรกเหมือนกันประมาณ 4-5 ตัว (ย้ำว่า 4-5 ตัว) ซึ่งในความเป็นจริง มีความเป็นไปได้สูงที่เพลงจะมีโน๊ตซ้ำกันในลักษณะนี้ โดยอาจจะเกิดจากFeeling หรืออาจจะเกิดจาก Line ของโน๊ต และคำที่ใช้ในเพลง ทำให้โน๊ตต้องออกมาแบบนั้น ดังนั้นการที่มีโน๊ตตรงกันเพียง 4-5 ตัว ไม่ถือว่าเป็นการลอกเลียนแบบ  แต่ถ้ามากกว่านี้ต่อให้อมพระมาพูดพี่เสกและป๋าเบิร์ดไม่เชื่อแน่นอน (ไปดึงเขามาเกี่ยวทำไม...?)

เมื่อฟังองค์ประกอบทั้งเพลงของเพลงวิญญาณแล้ว จะมีกลิ่นอายของเพลง  I Won't Give Up อยู่บ้างนิดหน่อย เพราะมีบางอย่างที่เหมือนกันตามที่กล่าวไว้ข้างต้น แต่นอกนั้นไม่มีอะไรเหมือนกันเลย และเมื่อพิจารณาเนื้อเพลงที่ถ่ายทอดออกมา ต่อให้ใครร้องก็ต้องเดาออกทันทีว่าเพลงนี้แสตมป์เป็นคนแต่ง โดยดูที่การใช้คำในเนื้อเพลง เพราะแสตมป์จะมีเอกลักษณ์ในการใช้คำในการแต่งเพลงที่ชัดเจนมาก ถ้าท่านได้ดูวีดีโอคอนเสิร์ต "ว่านควบแสตมป์" ใน YouTube ช่วงที่ทั้งสองคนออกมาเล่นกัน ก็จะเห็นภาพตามที่ผมอธิบายทันที
สรุปงานนี้ไม่ใช่เป็นการลอกเลียนแบบ แต่เพลง I Won't Give Up อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจที่ไม่ได้ตั้งใจ เพราะเป็นเพลงที่แสตมป์เคยฟังบ่อยๆ จึงทำให้เมโลดี้ติดอยู่ในหัวมาก็เป็นได้

เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์... ลองฟังเปรียบเทียบกันดูเอาเองนะครับ
{[['']]}

Translate

 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. tonfolk-trick - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger