Latest Article :
Recent Article
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Tecnology แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Tecnology แสดงบทความทั้งหมด

Game: Sony เริ่มผลิต PlayStation 4 เครื่องเล่นเกมแห่งอนาคต พร้อมวางขายปี 2012


มีรายงานข่าวออกมาจากบริษัท Foxconn and Pegatron Technology ผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของ Sony ในไต้หวันกล่าวว่า บริษัท Sony Computer เตรียมที่จะเดินหน้าผลิตPlayStation 4 หรือ PS4 เครื่องเกมสุดฮิตแห่งอนาคต โดยมีกำหนดที่จะวางจำหน่ายภายในปี 2012 

PS4 จะมีระบบการทำงานโดยเน้นให้ผู้เล่นได้เคลื่อนไหวร่างการในการเล่น เหมือนกันเครื่อง Wii ของNintendo หรือ Kinect บน Xbox360 ของค่ายคู่แข่งสำคัญอย่าง Microsoft โดย Sony คาดว่าจะผลิตเครื่องเล่นเกมแห่งอนาคต PlayStation 4 ถึง 20 ล้านเครื่อง และวางจำหน่ายภายในปีหน้าที่จะถึงนี้


{[['']]}

รวมแอพพลิเคชั่นแปลกๆ บนไอโฟน



เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าแอพพลิเคชั่นบนไอโฟนที่ฮิตถือกันทั่วบ้านทั่วเมืองนั้น มีออกมาให้ดาวน์โหลดเป็นแสนแอพพลิเคชั่นแล้ว มีทั้งเกมส์ โปรแกรมสำหรับใช้งานต่างๆ และยังมีแอพพลิเคชั่นที่แปลก แหวกแนว ไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งเราก็รวบรวมเอาแอพพลิเคชั่นแปลกๆ เหล่านั้นมาให้ได้ชมกัน จะดาวน์โหลดมาลองใช้หรือไม่ก็ลองพิจารณากันเอาเองนะครับ
1. The Perfect Egg timer
           ใครว่าการต้มใข่ให้เป็นสุกในระดับต่างๆ เป็นเรื่องง่าย ดังนั้นแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่าเดอะเพอร์เฟ็ค เอ็ก ทามเมอร์จึงถือกำเนิดขึ้นมา โปรแกรมจะให้คุณตั้งค่าต่างๆ ที่มีผลต่อการต้มไข่ ไม่ว่าจะเป็นขนาดของไข่ เพียงแค่วางไข่ลงบนหน้าจอไอโฟน แล้วกำหนดขนาดโดยแต่เลื่อนแถบวัดขนาดให้พอดี,ระดับความสูงที่คุณอยู่ ซึ่งหากอยู่บนที่สูง จุดเดือดของน้ำก็จะต่ำลง, อุณหภูมิของไข่ หากพึ่งนำออกมาจากตู้เย็นก็ตั้งค่าเพิ่มเข้าไปได้ สุดท้ายเลือกระดับความสุกของไข่แดง มีให้เลือกทั้งแบบยางมะตูม แบบนุ่ม หรือแบบสุกไปเลยก็มี จากนั้นโปรแกรมจะคำนวนระยะเวลาในการต้มไข่ออกมาให้เสร็จสรรพ เพียงแค่หย่อนไข่ลงไปน้ำเดือดแล้วกดปุ่ม Start เพื่อเริ่มจับเวลา ขอให้สนุกกับการต้มไข่นะครับ
ราคา : 1.99 ดอลล่าห์
ขนาด : 0.9 เมกะไบต์
2. Pastatime

           ยังไม่พ้นเรื่องของปากท้อง คราวนี้เป็นโปรแกรมคำนวนเส้นสปาเกตตี้ที่จะนำมาต้มเพื่อนำมาทำพาสต้า หรือผัดสปาเกตตี้ แต่การกะจำนวนเส้นเพื่อให้พอกับจำนวนคนนั้นเป็นเรื่องที่ยากอยู่ อาจจะน้อย หรือมากไป หากมีแอพพลิเคชั่น พาสต้าทาม ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เลือกจำนวนคน แล้วหยิบเส้นสปาเกตตี้ให้เท่ากับจำนวนที่ปรากฎบนหน้าจอ จากนั้นเลือกขนาดความยาวว่าเป็นเส้นแบบมาตรฐาน (Standard Length) หรือแบบยาวพิเศษ (Longer Length) จากนั้นก็ตั้งเวลาในการต้มเส้น แต่จริงๆ แล้วโปรแกรมน่าจะคำนวนเวลาให้เหมือนกับโปรแกรมต้มไข่นะ
ราคา : 0.99 ดอลล่าห์
ขนาด : 2.3 เมกะไบต์
3. FaceFighter

           คุณคงจะเคยรู้สึกเกลียดขี้หน้าใครบางคน จะวิ่งเข้าไปเตะให้หายหมั่นไส้ก็คงจะใช่เรื่อง แต่ถ้ามีโปรแกรม เฟสไฟท์เตอร์ ที่สามารถนำเอาใบหน้าที่คุณหมายหัวเอาไว้ โดยเลือกภาพใบหน้าจากการถ่ายรูปไว้ หรือดาวน์โหลดมาไว้ในเครื่อง จากนั้นก็ลงมือสู้กันได้เลย อาจจะต่อย หรือเตะก็กดสั่งได้จากหน้าจอ หลังจากสู้กันหน้าตาก็จะบูดเบี้ยว เรียกเสียงฮา แถมยังสะใจได้อีก โปรแกมนี้มีให้เลือกดาวน์โหลดทั้งฟรี และเสียตังค์ ซึ่งหากเลือกแบบเสียตังค์ก็จะมีลูกเล่นให้เลือกมากกว่า
ราคา : 1.99 ดอลล่าห์ หรือฟรีในเวอร์ชั่น Lite
ขนาด : 17.5 เมกะไบต์
4. Flashlight for free


           ไอโฟนก็เป็นไฟฉายได้นะ เพียงแค่ดาวน์โหลดโปรแกรม แฟลชไลท์ ฟอร์ฟรี ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นฟรีโปรแกรม หลักการทำงานก็เพียงแค่เปิดหน้าจอให้เป็นสีขาว ซึ่งเป็นสีที่สว่างที่สุด แค่นี้ก็ใช้ส่องนำทางได้แล้ว หรือจะเลือกปรับหน้าจอเป็นสีอื่นๆ ก็ได้ อย่างเช่นสีฟ้า เหลือง แดง เป็นต้น
ราคา : ฟรี
ขนาด : 0.1 เมกะไบต์
5. I Am Awesome

           ใครๆ ก็อยากพูดคำว่า “ฉันนี่แหละ เจ๋งสุด” แต่คำพูดนี้คงไม่เจ๋งเท่าภาพที่คุณสร้างด้วยโปรแกรม ไอ แอม ออซั่ม ผู้ใช้เพียงแค่ใส่ชื่อที่ของตัวเองลงไปในแบบที่เลือกทั้งหน้าหนังสือพิมพ์ สร้อยคอเด็กฮิป หรือจะทำเป็นชื่อเรือ และที่เจ๋งไปกว่านั้นคือทำผมให้เป็นชื่อของคุณได้เพียงแค่ปลายนิ้ว ถ้าชอบก็ดาวน์โหลดไปเล่นได้เลย ฟรี!
ราคา : ฟรี
ขนาด : 0.6 เมกะไบต์
6. i200 : Thai Version

           ขอเกาะกระแสเครื่องหาวัตถุระเบิดจีที 200 ด้วยโปรแกรมที่ชื่อว่า ไอ 200 ที่สร้างขึ้นมาเพื่อล้อเลียนของจริง เมื่อดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อยก็จะพบกับหน้าจออินเตอร์เฟสเหมือนกับว่ายังทำไม่เสร็จ แต่ไม่เป็นไร เรามาลองดูกันว่ามันทำอะไรได้บ้าง แต่ถ้าเปิดมาใช้ครั้งแรกแนะนำให้เปิดอ่าน “คู่มือ” ก่อน พร้อมแล้วก็เริ่ม “ค้นหา” โดยนึกสิ่งที่ต้องการค้นหาไว้ในใจ
*ใช้เพื่อความบันเทิงเท่านั้น
ราคา : ฟรี
ขนาด : 0.4 เมกะไบต์
7. Acneapp

           ปิดท้ายด้วยโปรแกรมที่คิดว่าแปลกที่สุดคือ แอคเน่แอพ เป็นโปรแกรมรักษาใบหน้าโดยใช้หน้าจอของไอโฟนเปร่งแสงสีน้ำเงิน สีแดง หรือสีน้ำเงิน+แดง ซึ่งจากการศึกษาพบว่าแสงสีดังกล่าวสามารถฆ่าเชื่อแบคทีเรียบางชนิด และลดริ้วรอย หรือรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าได้ ซึ่งในโปรแกรมได้แนะนำว่าให้ใช้วันละ 2 นาที จริงเท็จแค่ไหน รับไปลองใช้ดูก็ได้นะครับ
ราคา : 1.99 ดอลล่าห์
ขนาด : 0.4 เมกะไบต์

ที่มาจาก : Whatphone.net
{[['']]}

2015 ปีของการรุกคืบของมัลแวร์ที่เปี่ยมพลังในการทำลายล้าง




มัลแวร์ ภัยคุกคามที่สร้างปัญหาให้แก่องค์กรธุรกิจอย่างต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมัลแวร์สมัยใหม่ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น การแพร่กระจายของมัลแวร์ในปัจจุบันได้ขยายวงกว้าง ทำให้องค์กรธุรกิจต่างๆ ต้องปรับตัวโดยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและทันสมัยเพื่อหามาตรการป้องกันข้อมูลที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของมัลแวร์
อย่างไรก็ตาม การต่อสู้กับภัยคุกคามดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงของแต่ละอุตสาหกรรมทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยมีความเข้มข้นขึ้น อย่างไรก็ตามแฮกเกอร์เองก็พยายามที่จะใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ใหม่ๆ จนถึงช่วงปลายปี 2014  ผู้เชี่ยวชาญต่างยกให้เป็น “ปีแห่งการละเมิดข้อมูล” ในสถานการณ์ปัจจุบัน ประเด็นไม่ได้อยู่ที่องค์กรจะถูกปล้นข้อมูลหรือไม่ ประเด็นอยู่ที่เมื่อใดต่างหาก
เพื่อให้ทันต่อพัฒนาการของแฮกเกอร์ องค์กรธุรกิจต้องยกระดับตนเองเพื่อป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น บริษัทสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นเหยื่อจากภัยคุกคามดังกล่าวได้ ด้วยการมีมาตรการการป้องกันที่ดี เช่นการจับตาดูแนวโน้มภัยคุกคามในปัจจุบัน และเรียนรู้กลยุทธ์ของอาชญากรในโลกไซเบอร์ที่มีการเผยแพร่ออกมาอย่างสม่ำเสมอ
ในปีนี้ แฮคเกอร์ทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะมัลแวร์ใหม่ๆที่ง่ายต่อการใช้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้หรือทักษะขั้นสูงแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันองค์กรธุรกิจสามารถพัฒนาระบบการป้องกันที่ดีขึ้นเพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กรด้วยการเรียนรู้จากตัวอย่างเหล่านี้ เช่น ศึกษาเทคนิควิธีการทำงานของมัลแวร์และรูปแบบการโจมตีช่องโหว่ของระบบ 
มัลแวร์ยุคนี้:  ซับซ้อนและเจาะจงเป้าหมาย
ตามรายงานของ Federal Times ปัญหาการละเมิดข้อมูลเมื่อปีที่ผ่านมาพบเรื่องราวที่น่าสนใจที่ว่า การโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมายโดยใช้มัลแวร์ที่มีความซับซ้อนไปยังหน่วยงานภาครัฐมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นคือผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการโจมตีลักษณะนี้จะเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ตลอดเวลา
จากผลการวิจัยพบว่า มีการละเมิดข้อมูลในหน่วยงานภาครัฐที่มีการรายงานออกมารวม 10 ครั้ง เมื่อปีที่ผ่านมา ในตัวอย่างนี้ จำนวน 8 ครั้งมาจากการที่อาชญากรไซเบอร์ติดตั้งมัลแวร์บนระบบของหน่วยงานกลางของรัฐ ซึ่ง 1 ในการโจมตีดังกล่าว คือการโจมตีเครือข่ายการให้บริการไปรษณีย์ของสหรัฐอเมริกา ผลคือการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวของสมาชิกกว่า 800,000 ราย
ผู้เชี่ยวชาญรวมทั้ง พอล คริสแมน รองประธานกรรมการฝ่ายพัฒนาซอฟต์แวร์ ของเดลล์ เชื่อว่าการสร้างมัลแวร์ไม่ได้ยุ่งยากอย่างในอดีตอีกต่อไป ทำให้องค์กรจะต้องเผชิญกับการโจมตีลักษณะนี้มากขึ้น
นายคริสแมนยังระบุว่า “ไม่ยากเลยที่จะสร้างมัลแวร์ใหม่ขึ้น แค่นำโค้ดชิ้นส่วนของมัลแวร์ต่างๆซึ่งสามารถหาได้บนอินเตอร์เน็ตมารวมกัน” ซึ่งจากวิธีนี้ “การสร้างมัลแวร์ตัวใหม่ขึ้นมาก็แทบจะไม่ต้องใช้ความรู้มากมายแต่อย่างใด”
เนื่องจากความพร้อมขององค์ประกอบของมัลแวร์ ส่งผลให้เหล่าแฮกเกอร์สบโอกาสและความเป็นไปได้ที่จะสร้างตัวมัลแวร์ใหม่ๆที่สามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับและจะสร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญยังค้นพบว่า  ปัจจุบันเหล่าแฮกเกอร์ใช้วิธีการที่แตกต่างจากในอดีต เช่น การโจมตีเป้าหมายโดยใช้มัลแวร์จำนวนมากเพื่อดึงความสนใจ แต่ยังคงส่งมัลแวร์ตัวย่อยๆที่สามารถตรวจจับได้ยาก เพื่อโจมตีเป้าหมายที่แท้จริง
นายร็อบ รอย, ประธานหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ระบบรักษาความปลอดภัยของเอชพีกล่าวว่า “สิ่งที่เรากำลังเห็นอยู่ขณะนี้ เป็นวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้นในการส่งมัลแวร์ให้เข้าไปแฝงตัวในการสื่อสารภายในองค์กร เพื่อคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง”
นอกเหนือจากการใช้มัลแวร์ต่างๆ ดังที่กล่าวมา อาชญากรไซเบอร์บางคนยังพยายามสร้างมัลแวร์ตระกูลใหม่ที่ไม่เคยพบที่ใดมาก่อน ซึ่งใช้เทคนิคขั้นสูงแบบ end-memory และ disc-less ทั้งนี้ นายโจ สจ๊วต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยมัลแวร์ SecureWorks ระบุว่า “สิ่งนี้แทบจะเรียกว่ามัลแวร์ไม่ได้” และที่แย่ไปกว่านั้นคือการจู่โจมที่ใช้มัลแวร์ตระกูลใหม่ๆเหล่านี้พบไม่บ่อย ทำให้มีตัวอย่างน้อยในการทำการศึกษาเพื่อให้ได้ข้อมูลด้านการป้องกันความปลอดภัยเชิงลึก
การคาดการณ์แนวโน้มของมัลแวร์
แม้ว่าจะมีกลุ่มตัวอย่างของมัลแวร์ขั้นสูงอยู่น้อยมาก  แต่เราคาดว่ากลุ่มตัวอย่างมัลแวร์ส่วนใหญ่ที่จะได้เห็นในปีนี้น่าจะทำงานคล้ายๆกับแนวโน้มในปีที่ผ่านมา โดย LavaSoft ตั้งข้อสังเกตุว่า การติดมัลแวร์ในภาคธุรกิจที่จะพบเห็นในปี 2558 น่าจะอาศัยช่องโหว่ของแอพพลิเคชั่นเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา เช่นในปี 2557 เราพบช่องโหว่ Shellshock, POODLE และ Heartbleed ที่สร้างความเสียหายอย่างมากต่อเว็บไซต์ที่สำคัญๆ หลายไซต์ และในปีนี้เองผู้สร้างมัลแวร์ก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาหาช่องโหว่เช่นเดียวกันนี้เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ต่อไป 
LavaSoft ระบุว่า อาชญากรไซเบอร์จำนวนมากยังคงตั้งเป้าโจมตีเหยื่อเป้าหมายกลุ่มใหญ่ๆ เช่นกลุ่มผู้ใช้งาน Windows XP ซึ่งการสนับสนุนแพลตฟอร์มได้สิ้นสุดตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2557 อย่างไรก็ตามการที่ Windows XP ยังคงมีผู้ใช้งานจำนวนมากทั้งในส่วนของบุคคลและองค์กรธุรกิจ ทำให้กลุ่มเหล่านี้ตกเป็นเป้าหลักในการโจมตี 
การละเมิดข้อมูลยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องและจะเพิ่มขึ้นในปี 2558 จากรายงานของ Identity Theft Resource Center พบการละเมิดข้อมูลสำคัญโดยรวม 761 ครั้งกระจายอยู่ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันไป ทั้งอุตสาหกรรมการเงิน หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานสาธารณสุข ขณะที่การละเมิดข้อมูลบางอย่างนั้นป้องกันยากกว่าบางรูปแบบ ทำให้องค์กรธุรกิจเองมีความจำเป็นต้องยกระดับการป้องกันให้สูงชั้นขึ้น
หากองค์กรธุรกิจมีความเข้าใจในกลยุทธ์และวิธีการทำงานของเหล่าแฮกเกอรเป็นอย่างดีแล้ว จะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถพัฒนาขีดความสามารถด้านการปกป้องข้อมูลและป้องกันการโจมตีเหล่านี้ได้เช่นกัน 
{[['']]}

Google เปลี่ยนอัลกอริทึม รองรับเว็บไซต์ Responsive เป็นหลัก



เริ่มจากมีข่าวหนาหูขึ้นมาเรื่อยๆ เรื่องที่ Google จะมีการปรับเปลี่ยนอัลกอริทึม ในการแสดงผลการค้นหาเว็บไซต์ จึงเริ่มติดตาม ค้นหา ข้อมูล เพื่อจะทำการตรวจสอบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ จนในที่สุดแหล่งข่าวต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ก็สรุปตรงกันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงครับ
โดยทาง Google ได้ประกาศออกมาแล้วครับว่าตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2015 เป็นต้นไป จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งไหญ่สำหรับ อัลกอริทึม โดย Google จะจัดให้เว็บไซต์ที่รองรับมือถือ มีอันดับการแสดงผลที่ดีกว่าเว็บที่ไม่รองรับระบบมือถือ
ดังนั้นหลังจากวันและเวลาดังกล่าวเป็นต้นไป อันดับในการค้นหาเว็บไซต์ของท่านเปลี่ยนไปจากเดิมก็ไม่ต้องแปลกใจนะครับ ซึ่งหากเป็นเว็บไซต์ที่ไม่รองรับการแสดงผลบนมือถืออันดับก็จะร่วงลง แต่ถ้าเป็นเว็บไซต์ที่รองรับมือถือ ซึ่งหมายถึงเว็บไซต์ระบบ Responsive อันดับก็จะดีขึ้น ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่านี่คือโอกาสในการชิงอันดับจากเว็บไซต์คู่แข่งที่ ยังไม่ได้ปรับเป็นเว็บไซต์แบบ Responsive ซึ่งหากเรารีบชิงทำก่อนถือว่าได้เปรียบรับ ซึ่งผมจะมาว่าเรื่องเทคนิคให้ทราบอีกครั้งในบทความคราวหน้า

สำหรับการปรับเปลี่ยน อัลกอริทึมในครั้งนี้ Google ให้เหตุผลว่า "การ เปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลอย่างมากที่จะทำให้การค้นหาบนมือถือ เปลี่ยนแปลงไป เพื่อทำให้เว็บไซต์ที่ตอบสนองบนอุปกรณ์พกพานั้นค้นหาเจอง่ายยิ่งขึ้น" ประมาณว่าเว็บไซต์ไหนเป็นมิตรกับมือถือเว็บนั้นแสดงก่อน เว็บไหนไม่เป็นมิตรไปอยู่หลังๆ
หลายๆ ท่านคงคิดในใจว่า ก็ Google บอกว่ามีผลกับการค้นหาบนมือถือไม่ใช่เหรอ มันคงไม่มีผลกับเว็บเราที่ติดอันดับอยู่ในการค้นหาบน PC หรือ Desktop หรอก ... ถ้าคิดแบบนี้ลองย้อนกลับไปดูบทความก่อนหน้านะครับเกี่ยวกับเรื่องสถิติการเข้าชมเว็บไซต์ของอุปกรณ์ต่างๆ
จากผลการสำรวจที่ได้จากเว็บไซต์ Consumer Barometer ที่สำรวจข้อมูลร่วมกับ Google ในปี 2014 พบว่า ในประเทศไทย มีการใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์มือถือประมาณ 86% (ไม่รวมแท็บเล็ต) และมีการใช้งานอินเตอร์ผ่าน PC เพียง 26% เท่านั้น ดังนั้นหากท่านคิดว่าไม่จำเป็นต้องปรับเว็บไซต์เพราะเราติดอันดับดีอยู่แล้ว ในการค้นหาผ่าน PC ถ้าท่านกำลังคิดแบบนี้ลองคิดใหม่นะครับ เพราะ...
กลุ่มผู้ชมที่ใช้มือถือในการค้นหาข้อมูลจำนวน 86% เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหมายถึงว่า กลุ่มผู้ชมที่ใช้ PC ในการค้นหาข้อมูลกำลังจะลดลงไปเรื่อยๆ เช่นกัน  และผมเชื่อเหลือเกินว่าไม่ช้าก็เร็ว Google ก็ต้องปรับอัลกอริทึมในระบบผลการค้นหาบน Desktop ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะต้องการให้เว็บไซต์ปรับตัวเพื่อรองรับการแสดงผลบนมือถือให้มากที่สุด
หากท่านใช้เครื่องมือของ Google ที่เรียกว่า Google Webmaster Tools ท่านจะทราบได้ทันทีว่า ปัจจจุบันคนเข้าเว็บไซต์ของท่านผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ มากกว่า PC เสียอีก ดังนั้นถึงเวลาหรือยังที่ท่านจะปรับเปลี่ยนเว็บไซต์ของท่านให้เป็นมิตรกับ มือถือ

เว็บไซต์สำเร็จรูป
บทความโดย : สุพจน์ ทรงเผ่า
Chief Executive Officer of Power Web Application Co., Ltd.
ผู้พัฒนาระบบเว็บไซต์สำเร็จรูป ThaiWebWizard.com
{[['']]}

5 วิธีดูแลรักษาหน้าจอ สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต



ปัจจุบันสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเรียกได้ว่าจะเป็นของข้างกายของเราๆ ทุกคนกันหมดแล้ว บางคนอาจมีหนึ่งเครื่อง หรือบางคนอาจมีมากกว่านั้น แต่จะทำอย่างไรให้หน้าจออุปกรณ์คู่กายของเรานี้มีความใหม่ คมชัด และอยู่คู่กับเราไปนานๆ วันนี้ Advice ขอแนะนำ 5 วิธีดูแลรักษาหน้าจอสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตง่ายๆ ดังต่อไปนี้
 
1. ควรติดฟิล์มกันรอยที่ผลิตขึ้นมาสำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต โดยเฉพาะเพื่อป้องกันรอยขีดข่วนและอุบัติเหตุจากสิ่งรอบข้าง รวมถึงลดการเสียหายของหน้าจอได้
 
2. ควรหลีกเลี่ยงการกระแทก หรือทำตก เพราะเหตุการณ์เหล่านี้มีผลกระทบกับหน้าจอโดยตรง ทำให้เกิดการแตกและร้าวได้
 
3. ควรเลือกใช้น้ำยาสำหรับทำความสะอาดหน้าจอสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต โดยเฉพาะไม่ควรใช้น้ำยาประเภทอื่น เพราะน้ำยาบางประเภทจะทำให้หน้าจอเสื่อมสภาพเร็วขึ้นหรือเกิดรอยด่างที่หน้าจอได้
 
4. หลีกเลี่ยงการนำสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ไว้บริเวณที่มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากหน้าจอจะปรับสภาพไม่ทัน จนทำให้เกิดรอยร้าว หรือแตกได้
 
5. หากหน้าจอสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต โดนน้ำควรรีบนำผ้าซับน้ำเบาๆ ไม่ควรถูแรงๆ เนื่องจากจะทำให้หน้าจอเป็นรอยขีดข่วนได้
 
ง่ายมากเลยใช่ไหมกับเทคนิคดีๆ ที่ Advice นำเสนอ เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถรักษาหน้าจอสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตของคุณให้ดูใหม่ น่าใช้ง่ายได้แล้ว
 
ลูกค้าและแฟนคลับแอดไวซ์สามารถติดตามข่าวสารโปรโมชั่นดีๆจากแอดไวซ์ ผ่านเฟซบุ๊คแฟนเพจที่http://www.facebook.com/AdviceClub หรือที่เว็บไซต์ www.advice.co.th

{[['']]}

"9 วิธี ตรวจเช็คสมาร์ทโฟน ป้องกันเครื่องย้อมแมว"




ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้เราสามารถหาซื้อโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนได้จากทุกแห่งหน ทั้งตามห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ หรือแม้แต่ร้านตู้ตามตลาดทั่วไป ซึ่งก็มียี่ห้อ รุ่น ราคา และเงื่อนไขการรับประกันที่แตกต่างกันออกไป แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่า สมาร์ทโฟนที่เราซื้อมานั้นเป็นเครื่องที่ผลิตจากโรงงานผู้ผลิตจริงๆ ไม่ใช่เครื่องเถื่อนที่ถูกพ่อค้ามิจฉาชีพนำมาประกอบกันเอง แล้วหลอกขายให้เรา แอดไวซ์ขอแนะนำ 9 วิธีง่ายๆ ในการตรวจเช็คสมาร์ทโฟนก่อนซื้อ เพื่อป้องกันปัญหาเครื่องย้อมแมว
 
1. ตรวจเช็คสภาพกล่อง - โดยปกติแล้วเมื่อได้รับเครื่องมา กล่องบรรจุภัณฑ์ต้องอยู่ในสภาพที่ดีไม่มีรอยบุบหรือขาด ซีลพลาสติกอย่างสวยงาม และสติกเกอร์ที่ใช้รับประกันต้องไม่ขาด
2. ตรวจสอบอุปกรณ์ภายในกล่อง – อุปกรณ์ภายในกล่องต้องอยู่ครบถ้วนตามที่ข้างกล่องแจ้ง และต้องดูใหม่หรือยังไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน รวมถึงต้องมีคู่มือ และใบรับประกันต่างๆ 
3. ตรวจสอบสติ๊กเกอร์กันรอยหน้าจอ - เมื่อซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ ให้สังเกตว่าจะมีสติ๊กเกอร์หรือฟิล์มกันรอยติดมาด้วย และจะต้องอยู่ในสภาพที่ไม่มีฟองอากาศหรือฝุ่นติดอยู่ภายในมากเกินจนผิดปกติ
4. ตรวจสอบสภาพตัวเครื่อง - โทรศัพท์เครื่องใหม่จะต้องไม่มีรอยบุบ รอยขีดข่วนใดๆ บริเวณรอบตัวเครื่องและหน้าจอ รวมไปถึงปุ่มโฮม(ถ้ามี) และปุ่มด้านข้างตัวเครื่องสมาร์ทโฟน หากมีแสดงว่าเครื่องอาจมีปัญหา ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่หรือร้านค้าที่ซื้อมาทันที
5. ตรวจสอบหน้าจอ - เมื่อเช็คภายนอกเรียบร้อยแล้ว ควรเปิดเครื่องทันที เพื่อเช็คความผิดปกติของหน้าจอหรือเรียกอีกอย่างว่า Dead Pixel  
6. ตรวจสอบระบบฟังก์ชั่น - ขั้นตอนหลังจากเปิดเครื่องคือเช็คการใช้งานด้านอื่นๆอย่างเช่น ระบบสั่น กล้องหน้า กล้องหลัง ลำโพง การทำงานของเซ็นเซอร์ต่างๆ และการใช้งานด้านอื่นๆ
7. ตรวจสอบการใช้งานโทรศัพท์ - หลังทำการเปิดเครื่องแล้วให้ทดลองใส่ซิม แล้วทำการโทรเข้า-ออก เพื่อทดสอบสัญญาณ, ไมค์ และลำโพงสนทนาว่ายังสามารถใช้งานได้ดีและไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด 
8. ตรวจสอบสัญญาณอินเตอร์เน็ต การเชื่อมต่อต่างๆ - ขั้นตอนถัดมาคือการเช็คสัญญาณอินเตอร์เน็ตทั้ง 3G หรือ 4G(ถ้ามี) รวมถึงการเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth ว่าสามารถรับสัญญาณได้ปกติหรือไม่
9. ตรวจสอบหมายเลข IMEI ต้องตรงกับกล่อง เครื่องที่ซื้อใหม่จะต้องมีเลขที่อีมี่ที่ตรงกับข้างกล่อง วิธีที่เช็คง่ายๆ เพียงแค่กด *#06# จากนั้นเครื่องจะแสดงหมายเลขขึ้นมา ถ้าไม่ตรงให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
 
นี่เป็นเคล็ดลับง่ายๆ สำหรับการเช็คสมาร์ทโฟนที่ Advice นำเสนอ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าถูกย้อมแมวสินค้า แต่อย่ากังวลไป แอดไวซ์พร้อมให้คำแนะนำ และบริการส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าทุกท่าน
 
ลูกค้าและแฟนคลับแอดไวซ์ สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นดีๆ ผ่านเฟซบุ๊ค แฟนเพจhttp://www.facebook.com/AdviceClub  หรือสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์www.advice.co.th 
{[['']]}

หวานแหว๋ว! Sony ออก Xperia Z5 สีชมพูรับวาเลนไทน์นี้



Sony ได้เปิดตัว Sony Xperia Z5 ที่มีกำหนดวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึง โดยทาง Sony ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับ Sony Xperia Z5 มากเท่าไร

โดยจะเหมือนกับรุ่นที่มีอยู่แต่จะต่างกันเพียงแค่สีซึ่งสเปกของ Sony Xperia Z5 เป็นดังนี้

ใช้จอขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920×1080 พิกเซล
กล้องหลังขนาด 23 ล้านพิกเซล กล้องหน้าขนาด 5 ล้านพิกเซล
ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 810
แรม 3 GB
หน่วยความจำภายใน 32 GB
ช่องใส่ microSD
แบตเตอรี่ 2,900 mAh
โดยเราจะต้องมาลุ้นกันต่อว่าราคานั้นจะออกมาเป็นอย่างไร จะราคาเดียวกันกับรุ่นเดิมหรือจะแพงกว่า

ที่มา Android and Me, Sony
{[['']]}

สมาร์ทโฟน ZenFone Zoom กำลังจะมาแล้ว



หลักจากที่ทาง Asus ได้ปล่อยข่าวเกี่ยวกับสมาร์ทโฟน ZenFone Zoom มาเป็นแรมปี ตอนนี่ก็ได้เวลาแล้วที่ทาง Asus จะปล่อยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ออกมาขายจริง ความดีงามของ ZenFone Zoom คือ เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มีระบบซูมภาพแบบ Optical 3x โดยที่ไม่มีเลนส์ยาวยื่นออกมาจากตัวเครื่องให้เกะกะในขณะถ่ายภาพ โดยที่ระบบเลนส์ซูมของ ZenFone Zoom นั้นซ่อนเอาไว้ในตัวเครื่องที่มีขนาดไม่หนาได้อย่างแนบเนียน ทำให้ลบคำสบประมาทของคนที่เล่นกล้องใหญ่ ที่ว่าสมาร์ทโฟนนั้นซูมภาพไม่ได้ไปอย่างสิ้นเชิง และนี่อาจจะถึงเวลาแล้วสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพทั้งหลาย จะได้ทิ้งกล้องตัวโตๆ ไว้ที่บ้าน แล้วออกไปถ่ายภาพสวยๆ ด้วย ZenFone Zoom
มาดูสเปกของสมาร์ทโฟนเครื่องนี้กันบ้าง ในส่วนของกล้องใช้เซ็นเซอร์ภาพขนาด 13 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f2.7 เลนส์ซูม 3x มีระบบ OIS แก้ภาพสั่นไหว ชิ้นเลนส์ผลิตโดย Hoya ใช้ CPU Intel Z3590 2.5GHz แรม 4GB หน่วยความจำภายในมีให้เลือก 2 ขนาด 64 และ 128GB ขยายเพิ่มได้ด้วยการ์ด microSD ขนาดจอภาพ 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1080p แบตเตอรี่ 3,000mAh มีระบบชาร์จเร็ว ชาร์จแบตฯ เต็ม 60% ภายในเวลา 40 นาที มาพร้อมแอนดรอยด์ 5.0 Lollipop
ZenFone Zoom วางขายที่ไต้หวันในช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ในราคา 430$ สำหรับรุ่นขนาดความจุ 64GB (ประมาณ 15,570 บาท คิดที่ 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) และราคา 490$ (ประมาณ 17,740 บาท) และล่าสุดมีข่าวว่าจะวางจำหน่ายที่สหรัฐอเมริกาในช่วงประมาณเดือน ก.พ. ในราคาประมาณ 400$ (14,480 บาท) สำหรับชาวไทยก็คงต้องรอกันต่อไป แต่คาดว่าคงไม่นานเกินรอ



ที่มา : www.digitaltrends.com
http://news.thaiware.com/7393.html

{[['']]}

ข่าวลือมาแรง!iPhone 7Plus ความจุพุ่งถึง 256GB!!


ก็ยังไม่ชัวร์นะว่าเป็นเรื่องจริงแค่ไหนกับข่าวลือที่ว่า แอปเปิลเตรียมเปิดตัว iPhone 7 Plus ที่จะมาพร้อมความจุ 32GB, 128GB และ 256GB โดยจะตัดรุ่นความจุ 16GB ออก แถมยังจะเพิ่มแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ความจุ 3,100mAh ทำให้มีความจุมากกว่า iPhone 6s Plus (2,750mAh) หรือเพิ่มขึ้น 12.7% ซึ่งข่าวลือนี้ขัดแย้งกับข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่า iPhone 7 จะบางเท่ากับ iPod touch หากเพิ่มความจุแบตเตอรี่จริง ต้องมีผลกับเรื่องขนาดตัวเครื่องแน่นอน
ข้อมูลนี้จะเป็นจริงแค่ไหนยังไม่มีใครคอนเฟิร์มได้คงต้องรอชมกันต่อไปนะจ๊ะ ยังไงตอนนี้สาวก IPhone ทั้งหลายก็เตรียมเก็บตังรอกันไว้ได้เลยนะ ถ้ามีข่าวคราวอัพเดทมาเพิ่มเติมที่นี่ดอทคอม จะไม่พลาดที่จะนำมาเสนอให้ได้รับทราบกัน
{[['']]}

Google Maps for Android เตรียมอัพเดตใหม่เพิ่ม Driving Mode แค่ขับรถอยู่ก็รู้ว่าจะไปที่ไหน



เว็บไซต์ Android Police ปล่อยข้อมูลแอพ Google Maps for Android รุ่น 9.19 ซึ่งจะเป็นอัพเดตใหญ่แรกของปี 2016 ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่น่าสนใจดังนี้
  • Driving Mode - โหมดนำทางรูปแบบใหม่ที่ทำงานคล้ายกับฟีเจอร์แนะนำสถานที่ (หรือชื่อเล่น ไล่กลับบ้าน) ใน Google Now เพื่อบอกระยะทาง และสถานที่ที่ผู้ใช้น่าจะไปโดยดูจากประวัติการค้นหา-เดินทาง เริ่มเปิดใช้งานอัตโนมัติเมื่อขับรถ ต่อเข้ากับบลูทูธของรถ หรือจะเปิดใช้เองก็ได้
    • สำหรับคนที่รำคาญเสียงแจ้งเตือนของ Google Maps ในแอพรุ่นใหม่นี้สามารถปิดเสียง หรือเลือกแจ้งเตือนเฉพาะฉุกเฉินเท่านั้นได้แล้ว
    • Timeline - เมนูสำหรับรวบรวมการค้นหาเส้นทาง สำหรับคนที่เดินทางไปที่เดิมซ้ำๆ ไม่ต้องค้นหาหลายครั้ง จำได้ทั้งบนแอพ และ Chrome
ตอนนี้ตัวแอพยังไม่เปิดให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการ รวมถึงฟีเจอร์ Driving Mode มีบั๊กที่ใช้งานไม่ได้ทันที ต้องล็อกเอาท์ และล็อกอินเข้าไปอีกทีจึงจะเปิดใช้งานได้ ใครที่ใจร้อนสามารถอัพเดตได้จาก apk ในที่มาครับ
ที่มา - Android Police
{[['']]}

Translate

 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. tonfolk-trick - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger